ฎีกาที่ 6427/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยแก่ผู้ประมูลได้ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าราคาทรัพย์ที่ขายต่ำกว่าความเป็นจริงมาก และจำเลยไม่ทราบวันนัดขายทอดตลาดดังนี้ เท่ากับเป็นการอ้างว่าการ บังคับคดี ได้กระทำโดยไม่ชอบเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรา 27 และมาตรา 296 วรรคสอง ป.วิ.พ. กล่าวคือ จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการ บังคับคดี ได้เสร็จลงแต่ไม่ช้ากว่าแปดวัน นับแต่วันที่ได้ทราบการฝ่าฝืนนั้น เมื่อจำเลยมิได้ร้องคัดค้านตามที่กฎหมายกำหนดดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินซึ่งจำเลยทั้งสองนำมาจำนองไว้แก่โจทก์เพื่อเป็นหลักประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ไปจากโจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน2,514,267.80 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ในต้นเงินไม่เกิน 1,420,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ บังคับคดี โดยนำยึดที่ดิน ห้องแถวไม้ และบ้านไม้ของจำเลยทั้งสองรวม 6 รายการออกขายทอดตลาด เจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองตามบัญชีทรัพย์ที่ยึดรายการที่ 5 และที่ 6 โดยสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรอุดรธานี จำกัด เป็นผู้ประมูลซื้อในราคา 1,200,000 บาท และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์รายที่ 5 และที่ 6 ได้ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ทรัพย์ที่ขายทอดตลาดไปนั้นมีราคาถึง3,000,000 บาท การที่ขายให้แก่ผู้ประมูลซื้อไปในราคา 1,200,000 บาทจึงเป็นราคาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ทั้งจำเลยทั้งสองก็ติดธุระทางการค้า ไม่ทราบวันนัดขายทอดตลาดเพราะทนายจำเลยถึงแก่กรรมหากจำเลยทั้งสองทราบวันนัดขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแล้วก็รับรองว่าจะนำตัวบุคคลผู้จะซื้อทรัพย์ดังกล่าวมาประมูลราคาได้สูงกว่าราคาที่ขายไปอย่างแน่นอน ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ทั้งสองรายการนี้และทำการขายทอดตลาดใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าราคาทรัพย์ที่ขายต่ำกว่าความเป็นจริงมากและจำเลยที่ 2 ไม่ทราบวันนัดขายทอดตลาด เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าการ บังคับคดี ได้กระทำโดยไม่ชอบ เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจึงเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามบทบัญญัติมาตรา 27 และมาตรา 296วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กล่าวคือ จำเลยที่ 2ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการ บังคับคดี ได้เสร็จลงแต่ไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่ได้ทราบการฝ่าฝืนนั้น แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 มิได้ร้องคัดค้านเรื่องผิดระเบียบหรือการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติว่าด้วยการ บังคับคดี ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าว จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6427/2534 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์ นาย สงัด กัณหาชัย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 27 , ม. 296 วรรคสอง