ฎีกาที่ 6360/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่โจทก์ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี ของงดการขายทอดตลาดไว้มีกำหนด 3 เดือน เป็นเรื่องที่โจทก์ของดการ บังคับคดี ไว้ชั่วคราว ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292(3) ซึ่งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ผู้แทนโจทก์ในการ บังคับคดี ต้องปฏิบัติตาม เมื่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี ดำเนินการขายทอดตลาดไป ถือว่าเจ้าพนักงาน บังคับคดี ขายทอดตลาดไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แม้โจทก์ไม่ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนภายในกำหนดเวลาแปดวันตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง แต่โจทก์ก็ได้แถลงต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี แล้ว ต่อมาเมื่อความดังกล่าวปรากฏต่อศาล ศาลมีอำนาจเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 27.
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 167593 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจำเลยนำไปจำนองไว้แก่โจทก์ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อได้และได้ชำระเงินให้แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี เรียบร้อยแล้ว ขอให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี จัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ไม่จัดการ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้สั่งเจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 167593 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยแล้ว ได้ประกาศขายทอดตลาดโดยกำหนดวันทำการขายทอดตลาดวันที่ 24 ธันวาคม 2530 แต่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม2530 ซึ่งเป็นวันก่อนถึงกำหนดวันขายทอดตลาด โจทก์ได้ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี ของดการขายทอดตลาดมีกำหนดเวลา 3 เดือนเพราะความผิดหลงและความบกพร่องของเจ้าพนักงาน บังคับคดี เจ้าของสำนวนผู้รับผิดชอบไม่ได้นำคำแถลงของโจทก์ดังกล่าวเข้าสำนวนและเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดตามความประสงค์ของโจทก์ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ผู้ทำการขายจึงได้ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตามวันเวลาที่ได้ประกาศไว้ให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ประมูลซื้อได้โดยที่โจทก์และจำเลยไม่ได้ไปดูแลการขายทอดตลาดด้วย และเจ้าพนักงาน บังคับคดี ผู้ทำการขายก็ไม่ทราบมาก่อนว่า โจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ เมื่อผู้ร้องประมูลซื้อได้แล้วได้ทำสัญญาซื้อขายและได้ชำระราคาให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี ครบถ้วนแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี ว่า การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นการขายที่ไม่ชอบ เนื่องจากโจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอให้งดการขายไว้ก่อนแล้ว และขอให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี ยกเลิกการขายทอดตลาดดังกล่าว เจ้าพนักงาน บังคับคดี จึงแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นการขายที่ไม่ชอบจะต้องรายงานต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอยกเลิกการขายทอดตลาด...ปัญหาจะต้องวินิจฉัยมีว่า เจ้าพนักงาน บังคับคดี ขายทอดตลาดทรัพย์สินชอบหรือไม่เห็นว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี งดการ บังคับคดี ไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(3) เจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นผู้แทนโจทก์ในการดำเนินการ บังคับคดี เมื่อโจทก์ไม่ต้องการ บังคับคดี ต่อไปแล้ว เจ้าพนักงาน บังคับคดี จะต้องปฏิบัติตาม การที่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ดำเนินการ บังคับคดี ไปจะโดยหลงผิดหรือพลั้งเผลอก็ตาม ถือว่าเจ้าพนักงาน บังคับคดี กระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ผู้ร้องฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านภายในกำหนดแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนโจทก์จึงหมดสิทธิที่จะร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 นั้น เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การขายทอดตลาดรายนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้โจทก์จะมิได้ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการขายทอดตลาดครั้งนี้ภายในระยะเวลาที่ผู้ร้องอ้าง แต่โจทก์ก็ได้ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี และเจ้าพนักงาน บังคับคดี มีคำสั่งว่าจะต้องรายงานต่อศาลขอเพิกถอนการขายทอดตลาดแล้ว ซึ่งเมื่อความดังกล่าวปรากฏแก่ศาลศาลก็มีอำนาจเพิกถอนการขายทอดตลาดที่มิชอบเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ในชั้นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า ยังไม่สมควรโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดโดยมิชอบให้ผู้ร้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6360/2534 บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ศ รี นคร พัฒนา จำกัด โจทก์ นาย พงษ์ศักดิ์ นาวงษ์ ผู้ร้อง นาง ฉันท นา เทพ ปัญญา จำเลย ป.วิ.พ. ม. 27 , ม. 292 (3) , ม. 296 วรรคสอง