ฎีกาที่ 6009/2533
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชน โจทก์กลับบรรยายฟ้องว่า ความจริงจำเลยกับพวกมิได้มีความสามารถในการจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและประชาชนดังที่โฆษณากล่าวอ้างเลยแสดงว่าจำเลยกับพวกมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2528 มาตรา 30, 82
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐาน ฉ้อโกง ประชาชน ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,341, 343 ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 120,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหมดด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82ฐาน ฉ้อโกง ให้ลงโทษตามมาตรา 343 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 2 ปี ฐานจัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 5 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน ให้จำเลยที่ 1 ร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 120,000 บาทแก่ผู้เสียหายทั้งสี่ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 จำคุก 6 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82 หรือไม่ เห็นว่าตามคำฟ้องข้อ (1) (ข) ในข้อหาความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันจัดหางานให้แก่คนหางานที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยเรียกและรับเงินค่าบริการ ค่าตอบแทนการจัดหางาน โดยมิได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานให้คนหางานด้วย จึงจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ประกอบด้วยมาตรา 17 แต่ตามคำฟ้องข้อ (12) (ก) ในข้อหาความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 นั้น โจทก์กลับบรรยายฟ้องว่า ความจริงจำเลยกับพวกมิได้จัดตั้งบริษัทเขลวงค์ จำกัด ขึ้นจริงจังแต่อย่างใด เพียงกล่าวอ้างขึ้นเพื่อหลอกลวงประชาชน ทั้งจำเลยกับพวกไม่มีความสามารถในการจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและประชาชนดังที่โฆษณากล่าวอ้างเลย แสดงว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยที่ 1ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ.2528 มาตรา 30, 82 พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6009/2533 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางหลวง อุดมสม กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 59 , ม. 341 , ม. 343 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม. 30 , ม. 82