ฎีกาที่ 4693/2533
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต แ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
สิบตำรวจตรี ป.ล่อซื้อเฮโรอีนจากจำเลย สิบตำรวจตรี ป.เอาธนบัตรยัดใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของจำเลยแล้วจำเลยเดินไปที่ป่าละเมาะหลังบ้าน จำเลยตกลงจะจำหน่ายเฮโรอีนให้ และที่เดินไปป่าหลังบ้านก็เพื่อจะนำเฮโรอีนมาให้เป็นการลงมือกระทำความผิดในข้อหาจำหน่ายเฮโรอีนแล้ว แต่จำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 9 หลอด จำเลยยังไม่ได้แบ่งแยกเฮโรอีนส่งมอบให้แก่สิบตำรวจตรี ป.ยังไม่ทราบว่าธนบัตรที่สิบตำรวจตรี ป.ยัดใส่กระเป๋ามีจำนวนเท่าใด และจำเลยจะต้องมอบเฮโรอีนให้สิบตำรวจตรี ป.จำนวนเท่าใด ดังนี้ การซื้อขายหรือจำหน่ายเฮโรอีนยังไม่เป็นความผิดสำเร็จ โดยเป็นเพียงขั้นพยายามเท่านั้น.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 102 และริบเฮโรอีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธว่า จำเลยมิได้มี ยาเสพติด ให้โทษเฮโรอีนตามฟ้องไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนตามฟ้องแต่จำเลยยอมรับว่ามี ยาเสพติด ให้โทษเฮโรอีนตามฟ้องไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 102 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษตามมาตรา 66 จำคุก 6 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน ลงโทษตามมาตรา 66 จำคุก 6 ปี รวมสองกระทง ลงโทษจำคุก 12 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี และให้ริบเฮโรอีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรก และมีความผิดฐานพยายามจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคแรกประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ให้จำคุก 4 ปี รวมสองกระทงเป็นจำคุก 10 ปี ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2530 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนจำนวน 9 หลอด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก และธนบัตรฉบับละ 10 บาท จำนวน 14 ฉบับเป็นเงิน 140 บาท ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจมอบให้สายลับไปล่อซื้อเฮโรอีนจากกระเป๋ากางเกงของจำเลยเป็นของกลาง สำหรับข้อหา มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยระบุวรรคของบทมาตราลงโทษให้ชัดเจนขึ้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามฟ้องหรือไม่เพียงใดนั้น โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนเป็นความผิดสำเร็จแล้ว มิใช่เป็นเพียงการพยายามจำหน่ายเฮโรอีนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและจำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีน หรือพยายามจำหน่ายเฮโรอีนพิเคราะห์แล้ว ข้อนี้สิบตำรวจตรีปรีชาพยานโจทก์เบิกความว่าพยานไปขอซื้อเฮโรอีนจากจำเลย แต่จำเลยบอกว่าไม่มี มารดาจำเลยพูดว่าเขามาไกล ให้เขาไปเถอะ พยานยัดธนบัตรที่ได้รับมาให้ล่อซื้อใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของจำเลย 140 บาท อีก 10 บาท พยานเอาไว้เป็นค่ารถ แล้วจำเลยก็เดินไปที่ป่าละเมาะหลังบ้าน ศาลฎีกาเห็นว่าการที่สิบตำรวจตรีปรีชาเอาธนบัตรยัดใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของจำเลยแล้วจำเลยเดินไปที่ป่าละเมาะหลังบ้านจำเลยแสดงว่าจำเลยตกลงจะจำหน่ายเฮโรอีนให้สิบตำรวจตรีปรีชา การเดินไปที่ป่าหลังบ้านก็เพื่อจะนำเฮโรอีนมาให้สิบตำรวจตรีปรีชา อันเป็นการลงมือกระทำความผิดในข้อหาฐานนี้แล้ว แต่เนื่องจากปรากฏว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 9 หลอด จำเลยยังไม่ได้แบ่งแยกเฮโรอีนส่งมอบให้แก่สิบตำรวจตรีปรีชา ยังไม่ทราบว่าธนบัตรที่สิบตำรวจตรีปรีชายัดใส่กระเป๋ามานั้นมีจำนวนเท่าใด และจะต้องมอบเฮโรอีนให้สิบตำรวจตรีปรีชาจำนวนเท่าใดดังนี้ การซื้อขายหรือจำหน่ายเฮโรอีนยังไม่เป็นความผิดสำเร็จโดยเป็นเพียงขั้นพยายามเท่านั้น..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4693/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด นครนายก โจทก์ นาย บัญญัติ เกตุ สมบูรณ์ จำเลย ป.อ. ม. 80 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 66