ฎีกาที่ 4334/2532
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
กรณีตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษฯ มาตรา 15 ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณีที่เห็นสมควร การผลิต นำเข้าส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่าผลิตนำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย นั้นเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเฮโรอีนซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนักถึง 61.388 กรัม ไว้ในครอบครองจริงเช่นนี้จึงถือได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว จำเลยจะฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นเพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 1จำนวน 60 หลอด ปริมาณหนัก 61.388 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีและคณะกรรมการควบคุม ยาเสพติด ให้โทษตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภท ยาเสพติด ให้โทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายนพ.ศ. 2522 ข้อ 1(1) ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจริงแต่มิได้มีไว้เพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67,102 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภท ยาเสพติด ให้โทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2522 ข้อ 1(1) ลงโทษจำคุก21 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 14 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66, 67 เป็นมาตรา 66 วรรคหนึ่งนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่า จำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในความครอบครอบเพื่อจำหน่ายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณีเห็นสมควร การผลิต นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่ยี่สิบกรัมขึ้นไป ให้ถือว่าผลิต นำเข้าส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติของกฎหมายมาตราดังกล่าวเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเฮโรอีนซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนักถึง 61.388 กรัม ไว้ในครอบครองจริงเช่นนี้ จึงถือได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้วจำเลยจะฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นเพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยเพียงสถานเบานั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเฮโรอีนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยมีจำนวนมากทั้งความผิดดังกล่าวเกี่ยวโยงกับความปลอดภัยของสาธารณชนและความมั่นคงของประเทศชาติโดยตรง ถือได้ว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดอัตราโทษที่ลงแก่จำเลยมานั้นเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไขเป็นอย่างอื่น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4334/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี โจทก์ นาง วรรณา ลี บำรุง จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 15