ฎีกาที่ 5220/2531
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 81 คนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
จำเลยที่ 3 เตรียมเงินจำนวน 850,000 บาท เพื่อนำมาซื้อ ยาเสพติด ตามที่จำเลยที่ 1 ติดต่อกับผู้ขาย แต่จำเลยที่ 1 สามารถนำ ยาเสพติด ของกลางมามอบให้จำเลยที่ 2 ได้ในปริมาณราคาเพียง600,000 บาทเท่านั้น เงินที่จำเลยที่ 3 เตรียมมาดังกล่าวจึงยังคงเหลืออีก 250,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันกับเงินที่ได้เตรียมมาซื้อ ยาเสพติด ในตอนแรกนั่นเอง จึงถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีน จำนวน 3,385กิโลกรัมเพื่อจำหน่าย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมเฮโรอีนดังกล่าวและเงินสด 250,000 บาท ซึ่งเป็นเงินส่วนหนึ่งที่จำเลยใช้ซื้อเฮโรอีนของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ฯ และริบของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต ริบเฮโรอีนของกลาง แต่ไม่ริบเงินสด 250,000 บาทโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวกับเงินของกลางว่า "มีปัญหาว่าเงินของกลางจำนวน 250,000 บาทนั้น พอถือได้หรือไม่ว่าเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลมีอำนาจที่จะสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) สำหรับปัญหานี้ ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังยุติว่า จำเลยที่ 3 ได้เตรียมเงินมาทั้งสิ้นจำนวน850,000 บาท เพื่อนำมาซื้อ ยาเสพติด ตามที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อกับผู้ขาย แต่จำเลยที่ 1 สามารถนำ ยาเสพติด ของกลางมามอบให้จำเลยที่ 2 ได้ในปริมาณราคาเพียง 600,000 บาทเท่านั้น เงินที่จำเลยที่ 3เตรียมมาดังกล่าวจึงยังคงเหลืออีก 250,000 บาท ซึ่งก็เป็นจำนวนเดียวกันกับเงินที่ได้เตรียมมาซื้อ ยาเสพติด ในตอนแรกนั่นเองจึงถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ซึ่งบัญญัติให้อำนาจศาลที่จะสั่งริบเสียได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ริบเงินของกลางดังกล่าวศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินของกลางจำนวน 250,000 บาทเสียด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5220/2531 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสม ชาย ปิ่นเสถียรเกส กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 33 (1) พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522