ฎีกาที่ 5665/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดที่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้อง เมื่อมีอุทธรณ์ของจำเลยขึ้นมา และศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณา ว่า เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ ถ้าเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาผิดพลาดก็ต้องแก้ไขให้ตรงตามความจริงเพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลยกขึ้นอ้างเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 เมื่อ ศาลอุทธรณ์ไม่แก้ให้ตรงความเป็นจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษา ความผิดให้ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ จำเลยมีกัญชาไว้ในความครอบครอง และพยายามนำกัญชาดังกล่าว ออกนอกราชอาณาจักร เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลต้องลงโทษฐานพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นบทหนักที่สุด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันคือ มีกัญชาแห้งจำนวน 2 ห่อ น้ำหนัก 1,931 กรัมไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพยายามนำกัญชาดังกล่าวซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักร แต่เจ้าพนักงานตรวจพบและจับกุมจำเลยได้พร้อมกัญชาดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75, 76 ลงโทษเรียงกระทง ฐานครอบครองกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพยายามฆ่าจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามจำหน่ายกัญชา ไม่ลงโทษฐานนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ 2 กระทง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย 2 กระทง คือมีกัญชาไว้ในความครอบครองกระทงหนึ่ง และพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรอีกกระทงหนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองกระทงหนึ่งและลงโทษฐานพยายามจำหน่ายกัญชาอีกกระทงหนึ่ง เห็นได้ชัดเจนว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานพยายามจำหน่ายกัญชาผิดพลาดไป เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษตามนั้น เมื่อจำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าทั้งสองกระทงเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดเพียงบทเดียวศาลอุทธรณ์ก็ต้องพิพากษาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าศาลชั้นต้นพิพากษาผิดพลาด ก็ต้องแก้ไขให้ตรงตามความจริงการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาผิดพลาดไป โดยพิพากษาลงโทษในความผิดซึ่งโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องไว้เลย เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลยกขึ้นอ้างเองได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 195 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่แก้ให้ตรงความเป็นจริง แต่กลับถือว่าไม่มีความผิดฐานพยายามส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักร และไม่มีความผิดฐานพยายามจำหน่ายกัญชาศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยสมควรพิพากษาความผิดให้ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ต้องพิพากษาลงโทษบทหนักที่สุด คือ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75ประกอบด้วยมาตรา 80 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 76 และ 75 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 1 ปี ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5665/2530 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายบรุนเนอร์ เฮลมุท จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 90 , ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 190 , ม. 195 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522