ฎีกาที่ 2641/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 97
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 97 ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีกในระหว่างที่ยังต้องรับโทษอยู่หรือภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีมูลฝิ่นหนัก 8.5 กรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 17, 69, 97, 102 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 6, 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 92ริบของกลางคือมูลฝิ่นกับหัวกล้องและด้ามกล้อง 2 ชุด เหล็กแยงหัวกล้อง 1 อัน ตะปูแยงหัวกล้อง 1 ตัว ใบลาน 1 ใบ และตะเกียง 1 ดวงซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการเสพฝิ่นและขอให้เพิ่มโทษกับนับโทษต่อ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 17, 69, 97, 102 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 6, 10 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 92 จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยรับสารภาพ กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือนริบของกลางทั้งหมด ยกคำขอให้นับโทษต่อเพราะศาลยังไม่ได้พิพากษาคดีที่ขอให้นับโทษต่อ โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสาม ศาลชั้นต้นลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า วัตถุของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นมูลฝิ่น จึงต้องวางโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2528 มาตรา 6 นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 69 ได้บัญญัติหลักการของการกระทำความผิดไว้ 2 ประการ คือประการแรกวางโทษผู้มี ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทประการที่สองวางโทษผู้จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 โดยบัญญัติไว้ในวรรคสอง มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท จึงเห็นได้ว่าอัตราโทษการมีไว้ในครอบครองกับอัตราโทษการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายแตกต่างกัน โดยอัตราโทษการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายจะสูงกว่าอัตราโทษการมีไว้ในครอบครอง ส่วนข้อความในมาตรา 69 วรรคสาม ของพระราชบัญญัตินี้ขยายความเฉพาะในวรรคสองคือบทบัญญัติมาตรา 69 วรรคสาม หมายความเฉพาะความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมอร์ฟีน โคคาอีนและฝิ่นที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมเท่านั้น คดีนี้จำเลยมีมูลฝิ่นหนัก 8.5 กรัมไว้ในครอบครอง จึงต้องวางอัตราโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา69 วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาถูกต้องแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งให้ปรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 6 ซึ่งเป็นบทแก้ไขพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสามและวรรคสี่นั้นไม่ถูกต้อง จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 69 วรรคหนึ่งเท่านั้นศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 6 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2641/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด อุตรดิตถ์ โจทก์ นาย สนาม ออนสา จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 69 , ม. 6 ป.วิ.อ. ม. 195 วรรคสอง