ฎีกาที่ 2636/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติฝิ่น พุทธศักราช 2472 มาตรา 53
พ.ศ. 2502 · effective_date
ผู้ใด โดยละเมิดต่อพระราชบัญญัตินี้ (1) มีไว้ซึ่งฝิ่น หรือ (2) ซื้อหรือขายฝิ่น มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงยี่สิบปี และปรับยี่สิบเท่าราคาฝิ่นนั้น แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติฝิ่น พุทธศักราช 2472 มาตรา 69
พ.ศ. 2472 · ตรงจากแหล่ง
ฝิ่น มูลฝิ่น พันธุ์ฝิ่น กล้องสูบฝิ่น อันเป็นเครื่องให้เกิดการกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้ จะได้มีคำพิพากษาว่า ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ตาม ให้ศาลสั่งริบส่งแก่กรมฝิ่นทั้งสิ้...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุก 5 ปี ดังนี้ เพียงแก้เฉพาะการกำหนดโทษ มิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลย จำนวน 62หลอด มีปริมาณ 58.625 กรัม นับว่ามีจำนวนมาก และพฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกมีกำหนด 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 10 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา53, 69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2512 มาตรา 5ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 และพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 53 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2512 มาตรา 5 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 20 ปี รวมจำคุก40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษชนิดร้ายแรงและมีปริมาณมาก ศาลชั้นต้นวางโทษในข้อหานี้เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว แต่ข้อหามีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยสำหรับข้อหามีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกทั้งสิ้น 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษลงอีก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ในการที่จะปรับว่า คดีใดต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณากระทงความผิดเป็นกระทงๆไป สำหรับความผิดฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 5 ปี ดังนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้เฉพาะการกำหนดโทษโดยมิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษลงอีก อันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายว่าสมควรลดโทษให้จำเลยอีกหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคแรก บัญญัติให้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลยโดยแบ่งใส่หลอด มีจำนวน 62 หลอด พฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่ายทั้งเฮโรอีนของกลางมีปริมาณถึง 58.625 กรัม นับว่ามีจำนวนมาก ที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานนี้มีกำหนด 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 10 ปีและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นการเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน'. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2636/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี โจทก์ นายพร งามสอาด จำเลย ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 66