ฎีกาที่ 5964/2530
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อการ บังคับคดี ยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งเรียกทรัพย์ที่ถูกยึดในคดีแพ่งสามัญมารวมไว้ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึงเป็นการโอนการยึดทรัพย์มาโดยชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 112 การคัดค้านการยึดทรัพย์กรณีนี้พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 158 บัญญัติวิธีการไว้โดยให้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนและมีคำสั่ง ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดก็ให้มีสิทธิร้องขอต่อศาลเป็นการเฉพาะแล้ว ผู้ร้องจะมาร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 บัญญัติไว้อีกไม่ได้
ย่อยาว
กรณีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ยึดทรัพย์ตามหมายคดีของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5676/2523 และหมายเลขแดงที่ 1237/2525 ต่อมาจำเลยถูกศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งเรียกทรัพย์ที่ยึดไว้เข้ามารวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เนื่องจากทรัพย์เหล่านั้นเป็นของผู้ร้อง มิใช่ของลูกหนี้ ผู้ร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดตามหมาย บังคับคดี ของศาลชั้นต้นและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกเข้าไปรวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ร้องย่ามมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ภายใต้บังคับมาตรา 55 เพราะเป็นทรัพย์ที่ถูกยึดตามหมาย บังคับคดี ของศาลชั้นต้น เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องก่อนที่จำเลยจะถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าการ บังคับคดี ได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีอำนาจแจ้งให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี แจ้งรายการทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่ในอำนาจหรือความยึดถือของตนแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และให้ปฏิบัติตามคำขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น ดังที่พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 112 บัญญัติไว้ได้ ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งเรียกทรัพย์ที่ถูกยึดในคดีแพ่งสามัญมารวมไว้ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายดังที่ปรากฏในคำร้อง จึงเป็นการโอนการยึดทรัพย์มาโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อผู้ร้องเห็นว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินนั้น มีปัญหาว่าผู้ร้องจะต้องร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ข้อนี้เห็นว่าในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 153 บัญญัติว่า "กระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย ฯลฯ ส่วนใดที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม" ในเรื่องคัดค้านการยึดทรัพย์ปรากฏว่าพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 158บัญญัติวิธีการไว้โดยให้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนและมีคำสั่ง ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดก็ให้มีสิทธิร้องขอต่อศาลเป็นการเฉพาะแล้ว ผู้ร้องจะร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 บัญญัติไว้อีกดังที่ผู้ร้องฎีกาไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5964/2530 บริษัทไบเออร์ไทย จำกัด โจทก์ นางสาววันเพ็ญ ลี่อำนวยเจริญ ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรีม่าพริ้นท์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 288 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 112 , ม. 158