ฎีกาที่ ADMIN4613/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย3เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าลงโทษจำคุก1ปี6เดือนและให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา56ดังนี้ถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเกินหนึ่งปีเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา219.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 7, 8, 17, 69 และขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 17, 69 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 6, 10 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยรับโทษจำคุกมาก่อนจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และให้รอการลงโทษไว้ ดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้ให้รอการลงโทษอันเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือนโดยให้รอการลงโทษไว้นั้นถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเกินหนึ่งปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ที่โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 4613/2529 พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่ โจทก์ นาย วิศิษฐ์ หรือมน โนลา จำเลย ป.อ. ม. 56 ป.วิ.อ. ม. 219