ฎีกาที่ 2529/2529
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่การมีไว้ในครอบครองในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการตามที่รัฐมนตรีจะอนุญ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67
พ.ศ. 2522 · approved_effective_date_selection
มาตรา 67 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึงยี่สิบกรัมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเยาวชนถูกควบคุมอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางพนักงานสอบสวนไม่ขอผัดฟ้องศาลจึงปล่อยตัวจำเลยไปแม้ต่อมาเมื่อจำเลยพ้นเกณฑ์เยาวชนแล้วโจทก์ก็จะฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาโดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการหาได้ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)
ย่อยาว
โจทก์ ฟ้องขอ ให้ ลงโทษ จำเลย ตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 67, 102 และ ริบ ของกลาง จำเลย ให้การ รับสารภาพ ศาลชั้นต้น พิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยืน โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า 'ข้อเท็จจริง ปรากฏ ตาม คำฟ้อง และ คำแถลง ของโจทก์ ว่า จำเลย ถูก จับ เมื่อ วันที่ 26 สิงหาคม 2522 ขณะ ที่ จำเลยเป็น เยาวชน พนักงาน สอบสวน ส่ง ตัว จำเลย ไป ยัง สถานพินิจ และคุ้มครองเด็กกลาง เมื่อ วันที่ 31 สิงหาคม 2522 จำเลย ถูก ควบคุม อยู่ใน สถานพินิจ และ คุ้มครองเด็กกลางจน ถึง วันที่ 23 พฤศจิกายน 2522พนักงาน สอบสวน ไม่ขอ ผัดฟ้อง ศาล จึง ปล่อย ตัว จำเลย ไป ต่อมา วันที่ 4 เมษายน 2527 ซึ่ง เป็น เวลา ที่ จำเลย พ้นเกณฑ์ เยาวชน แล้วเจ้าพนักงาน ตำรวจ จับกุม จำเลย ได้ และ ได้ ควบคุม ไว้จน ถึง วัน ฟ้อง และ ยื่น ฟ้อง โดย มิได้ รับ อนุญาต จาก อธิบดี กรมอัยการ ให้ ฟ้อง คดีตาม พระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2506มาตรา 8 ซึ่ง มาตรา 24 ทวิ ได้ กำหนด เวลา และ เงื่อนไข ใน การ ฟ้อง คดีไว้ ใน กรณี ที่ มี การ จับกุม เด็ก หรือ เยาวชน และ มาตรา 24 จัตวาบัญญัติ ว่า 'ห้าม มิให้ พนักงาน อัยการ ฟ้อง คดี เมื่อ พ้น ระยะ เวลาตาม ที่ บัญญัติ ไว้ ใน มาตรา 24 ทวิ เว้นแต่ จะ ได้ รับ อนุญาต จากอธิบดี กรมอัยการ' ซึ่ง ตาม บทบัญญัติ ดังกล่าว ไม่ ได้ ระบุ ว่า ห้ามฟ้อง ต่อ ศาล ใด จึง มี ความหมาย ว่า ถ้า มี การ จับกุม เด็ก หรือเยาวชน แล้ว จะ ต้อง ฟ้อง ภายใน เวลา และ เงื่อนไข ที่ กำหนด ไว้ ในมาตรา 24 ทวิ ถ้า พ้น กำหนด เวลา ที่ กำหนด ไว้ ใน มาตรา 24 ทวิ แล้วห้าม ฟ้อง ต่อ ศาล ทุก ศาล เว้นแต่ จะ ได้ รับ อนุญาต จาก อธิบดีกรมอัยการ หาก จะ ให้ ฟ้อง ต่อ ศาล อื่น ได้ ใน เมื่อ จำเลย มี อายุพ้น กำหนด ที่ อยู่ ใน อำนาจ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ก็ ต้อง บัญญัติไว้ ให้ ชัดแจ้ง ใน กรณี ที่ เป็น ผลร้าย แก่ จำเลย นั้น ต้อง มี ความตาม ตัวบท กฎหมาย โดย เคร่งครัด เมื่อ กฎหมาย ไม่ ได้ บัญญัติ ไว้ ว่าใน กรณี เช่นนี้ ให้ โจทก์ ฟ้อง จำเลย ต่อ ศาลอาญา ได้ โดย มิต้อง ขออนุญาต จาก อธิบดี กรมอัยการ ข้อห้าม ตาม มาตรา 24 จัตวา จึง มี อยู่ตลอดไป ใน กรณี ที่ มี การ จับกุม เด็ก หรือ เยาวชน แม้ ต่อมา จำเลย จะมี อายุ เกิน กำหนด ที่ อยู่ ใน อำนาจ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ก็ ตามข้อห้าม ดังกล่าว ยังคง ไม่ หมด ไป เมื่อ โจทก์ นำ คดี มา ฟ้อง เกินกำหนด เวลา ตาม มาตรา 24 ทวิ โดย มิได้ รับ อนุญาต จาก อธิบดี กรมอัยการ คดี ของ โจทก์ จึง ต้องห้าม มิให้ ฟ้อง ตาม มาตรา 24 จัตวา คำ วินิจฉัยของ ศาลอุทธรณ์ ใน เรื่อง นี้ ชอบ แล้ว ฎีกา โจทก์ ฟัง ไม่ ขึ้น แต่ ที่ศาลล่าง ทั้ง สอง มิได้ สั่ง เรื่อง ของกลาง ทั้ง ที่ เป็น ของ มี ไว้เป็น ความผิด นั้น ศาลฎีกา เห็นควร สั่งเสีย ให้ ครบถ้วน พิพากษา ยืน แต่ ให้ ริบ ของกลาง' ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2529 พนักงาน อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ธงชัย สุขเจริญ จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 , ม. 67 , ม. 102 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม. 24 ทวิ , ม. 24 จัตวา