ฎีกาที่ 1698/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐาน ฉ้อโกง ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์หรือโจทก์ต้องถอนทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้างซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึงแม้ฟ้องจะบรรยายว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบุคคลภายนอกที่จำเลยไม่มีอำนาจสั่งจ่ายเพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารตามเช็ค และมอบเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ก็ตามแต่ก็ไม่ได้ความว่าชำระหนี้อะไร มีมูลหนี้เกี่ยวข้องกันระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไรอันพอจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ทรัพย์สินไปจากโจทก์เนื่องจากถูกจำเลยหลอกลวงถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ไม่ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วย พอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ และฟ้องโจทก์ในความผิดฐาน ฉ้อโกง เคลือบคลุมด้วยพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีตามฟ้องในความผิดฐาน ฉ้อโกง ไม่ขาดอายุความแต่ฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นฟ้องที่ไม่อาจลงโทษจำเลยได้พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ ความผิดในข้อหานี้โจทก์บรรยายฟ้องสรุปได้ว่าจำเลยลงชื่อสั่งจ่ายเช็คเอง และมอบเช็คดังกล่าวให้กับโจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาเมื่อต้นเดือนมกราคม 2525โจทก์ทราบจากธนาคารตามเช็คว่า เช็คตามฟ้องเป็นของบุคคลภายนอก ไม่ใช่ของจำเลยเพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝาก จำเลยไม่มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของโจทก์ ดังนี้ เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่าจากการกระทำของจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ หรือโจทก์ต้องถอน ทำลายเอกสารสิทธิอะไรไปบ้างซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องกล่าวถึงแม้ฟ้องจะบรรยายว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบุคคลภายนอกที่จำเลยไม่มีอำนาจสั่งจ่าย เพราะจำเลยไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารตามเช็คและมอบเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ความว่าเป็นการชำระหนี้อะไร มีมูลหนี้เกี่ยวข้องกันระหว่างโจทก์กับจำเลยอย่างไรอันพอจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ทรัพย์สินไปจากโจทก์เนื่องจากถูกจำเลยหลอกลวง ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ไม่ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2528 นางสงวน แสงช่วง โจทก์ ร้อยตำรวจโทประยูร นนทสุต จำเลย ป.อ. ม. 341 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม. 3