ฎีกาที่ 4269/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การดำเนินกระบวนพิจารณาในกรณีที่มีการโอนไปซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังการยึดนั้นเป็นกรณีต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 305(1) ซึ่งบัญญัติไว้ความว่า การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ก่อให้เกิด โอนหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้แล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ไม่ ฉะนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาสอบถามถึงการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ที่ศาลมีคำสั่งยึดและได้โอนไปยังนายดนัยแล้วเพื่อดำเนินการ บังคับคดี ต่อไป จึงเป็นการไม่ถูกต้องและหาเป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์แต่อย่างใดไม่โจทก์ชอบที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ที่ศาลมีคำสั่งยึดไว้แล้วดังกล่าวให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายต่อไป การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งให้องค์การโทรศัพท์ผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ก็เป็นการสั่งนอกเหนือไปจากคำขอท้ายคำร้องของโจทก์อีกด้วย
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลออกหมาย บังคับคดี ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลย ซึ่งจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยผู้คัดค้านมาสอบถามถึงการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ที่ศาลสั่งยึดไว้แล้วและได้โอนให้แก่นายดนัยไปเพื่อดำเนินการ บังคับคดี ต่อไป ศาลชั้นต้นนัดพร้อมแล้วนัดไต่สวนไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 15,000 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำร้องของโจทก์ การดำเนินกระบวนพิจารณาในกรณีที่มีการโอนไปซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังการยึดนั้นเป็นกรณีต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 305(1) ซึ่งบัญญัติไว้ความว่า การยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาดังที่บัญญัติไว้ในสองมาตราก่อนนั้น การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ก่อให้เกิดโอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้แล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ไม่ แต่โจทก์หาได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินการ บังคับคดี เอาแก่สิทธิการเช่าโทรศัพท์ที่ได้โอนไปยังนายดนัยแต่อย่างใดไม่โจทก์กลับขอให้ศาลหมายเรียกผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาสอบถามถึงการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวเพื่อดำเนินการ บังคับคดี ต่อไปซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ทั้งการที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ก็เป็นการสั่งนอกเหนือไปจากคำขอท้ายคำร้องของโจทก์อีกด้วย ฉะนั้นแม้ว่าศาลจะเรียกผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมาสอบถามตามคำร้องของโจทก์ต่อไป ก็หาเป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์แต่อย่างใดไม่ โจทก์ชอบที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ที่ศาลมีคำสั่งยึดไว้แล้วดังกล่าวให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายต่อไป พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกคำร้องของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2528 ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิศวสหภัณฑ์ โจทก์ นายชาญ ตระกูลเกษมสุข กับพวก จำเลย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ม. 142 , ม. 305 (1)