ฎีกาที่ 4106/2528
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญาเช่าซึ่งมิได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานแต่มีกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้แน่นอนว่าเช่ากัน 5 ปี หาใช่เวลาเช่าไม่ปรากฏ ในความที่ตกลงกันหรือไม่พึงสันนิษฐานได้จึงต้องบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564 ซึ่งสัญญาเช่า ย่อมระงับสิ้นไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้มิพักต้องบอกกล่าวก่อน จะนำมาตรา 566 มาปรับแก่คดีไม่ได้และการเช่ามีกำหนดกว่า 3 ปีขึ้นไป หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะฟ้องร้อง ให้ บังคับคดี ได้แต่เพียง 3 ปี ตามมาตรา 538ก็มิได้หมายความให้ เวลาส่วนที่เกินกว่า 3 ปีกลับเป็นการเช่าชนิดไม่มีกำหนดเวลาไปแต่อย่างใดไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 937/2501)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าห้องแถวมีกำหนดเวลา 5 ปี ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมย้ายออกไปทั้ง ๆ ที่โจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายออกไปและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าบังคับได้ 3 ปี ต่อจากนั้นจำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาและมิได้บอกให้จำเลยรู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่ง โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากห้องเลขที่ตามฟ้องและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดกของนายเยี่ยม จำเลยทำสัญญาเช่าห้องจากนายเยี่ยมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2518 มีกำหนด 5 ปี ครบอายุตามสัญญาในวันที่ 1 เมษายน 2523 แต่มิได้จดทะเบียนการเช่าต่อเจ้าพนักงานก่อนครบกำหนดและก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์มอบให้ทนายความทำหนังสือแจ้งแก่จำเลยทางไปรษณีย์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2523 ว่า เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว ให้จำเลยขนย้ายออกไป จำเลยได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 9 เดือนเดียวกัน โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2523 แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากห้องเช่าตามเอกสารหมาย จ.4 เป็นคำบอกกล่าวที่ชอบด้วยกฎหมายอันจะทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ดังนี้ การเช่ารายนี้มีกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้แน่นอนว่าเช่ากัน 5 ปี หาใช่เวลาเช่าไม่ปรากฏในความที่ตกลงกัน หรือไม่พึงสันนิษฐานได้ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 566 มาใช้ปรับแก่คดีไม่ได้ ต้องบังคับตามมาตรา 564 ซึ่งสัญญาเช่าย่อมระงับสิ้นไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้มิพักต้องบอกกล่าวก่อนจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการบอกกล่าวของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สำหรับการเช่ามีกำหนดกว่า 3 ปีขึ้นไป หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะฟ้องร้องให้ บังคับคดี ได้แต่เพียง 3 ปีตามมาตรา 538ก็มิได้มีความหมายให้เวลาส่วนที่เกินกว่า 3 ปีกลับเป็นการเช่าชนิดไม่มีกำหนดเวลาไปแต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงไม่ต้องบอกกล่าวให้จำเลยรู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย และมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 937/2501 ระหว่าง นายเหลือ เฮงเจริญ กับพวก โจทก์ นายตี่ ไตรศัพท์ จำเลยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4106/2528 นางอ่อน พัฒนจรัส โจทก์ นายธำรงค์ โรจน์วัฒนดิลก จำเลย ป.พ.พ. ม. 538 , ม. 564 , ม. 566