ฎีกาที่ 3611/2527
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การมี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 ไว้ในครอบครองมีปริมาณน้อยกว่าสิบกิโลกรัม ก็อาจเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่ามีกัญชาจำนวน 110 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามที่ให้การ รับสารภาพได้ คดีที่ไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 7, 8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยมีกัญชา 110 กรัมไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาจำนวน 10 กรัม ราคา 10 บาท โดยมิได้รับอนุญาต พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 26, 75, 76, 102 กัญชาที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายและกัญชาที่จำเลยจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกันจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้จำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอไว้ ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสองกรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ และให้จำคุกโดยไม่รอการลงโทษ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ได้เพราะมีกัญชาไม่ถึง 10 กิโลกรัม ตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคสองบัญญัติว่าการมี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 4หรือในประเภท 5 ไว้ในครอบครองมีปริมาณตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไปให้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อสันนิษฐานเด็ดขาด แต่ในกรณีที่มี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 ไว้ในครอบครองมีปริมาณน้อยกว่าสิบกิโลกรัมนั้น ก็อาจเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาจำนวน 110 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยให้การรับสารภาพ ดังนี้ จึงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองไม่ถึง 10 กิโลกรัม โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพิสูจน์ความผิดของจำเลยนั้น เห็นว่าคดีนี้ไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลย เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2527 พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ นางเป๊าะ ผิวขำ จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522