ฎีกาที่ 3571/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 มาตรา 21
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ห้ามมิให้สมาชิก (1) แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความอันควรต้องแจ้งเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทรับอนุญาต และราคาซื้อหรือขายของหลักทรัพย์จด...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 มาตรา 42
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
สมาชิกใดฝ่าฝืนมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ในกรณีที่สมาชิกกระทำความผิดเพราะฝ่าฝืนมาตรา 21 กรรมการของสมาชิกหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของสมาชิก ต้องระวางโทษจ...
ย่อสั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบหมายให้จำเลยเป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์ใบหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนโจทก์ จำเลยได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อโจทก์ กล่าวคือ หลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่โจทก์ว่าได้ซื้อหุ้นบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ให้แก่โจทก์ตามคำสั่งของโจทก์แล้ว และได้ออกค่าซื้อหุ้นกับค่านายหน้าแทนโจทก์ไป ทำให้โจทก์หลงเชื่อจึงได้จ่ายค่าดอกเบี้ยให้แก่จำเลย ซึ่งความจริงจำเลยมิได้ซื้อหุ้นของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ตามที่แจ้งให้โจทก์ทราบ แต่เพิ่งซื้อในภายหลัง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และจำเลยได้เบียดบังหุ้นของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งโจทก์มอบหมายให้ครอบครองแทนไปเป็นของจำเลยโดยทุจริต ต่อมาจำเลยได้ร่วมกันปลอมเอกสารตราสารโอนหุ้นโดยระบุว่าโจทก์โอนขายหุ้นให้แก่จำเลยซึ่งเป็นความเท็จ ทั้งได้ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าโจทก์ได้โอนขายหุ้นบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ให้แก่จำเลย เป็นเหตุให้นายทะเบียนหลงเชื่อและจดทะเบียนโอนหุ้นจากโจทก์ไปเป็นของจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลทุกข้อหา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 1 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 353, 354 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาสู่ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เฉพาะข้อ 5 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 มาตรา 21, 42 หรือไม่ ความในมาตรา 21 แห่งกฎหมายดังกล่าวมีว่า "ห้ามมิให้สมาชิก (1) แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความอันควรต้องแจ้งเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทรับอนุญาต และราคาซื้อหรือขายของหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาต หรือ (2) กระทำการใด ๆ โดยมีเจตนาทุจริตในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาต" ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ไม่มีบทบัญญัติใดที่ห้ามประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายเป็นโจทก์ฟ้องในความผิดทางอาญา และตามที่ระบุไว้ในหมายเหตุการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ฉะนั้นโจทก์จึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาได้และเห็นพ้องด้วยกับฎีกาของโจทก์ที่ว่าเมื่อคดีโจทก์มีมูลในความผิดฐาน ฉ้อโกง และยักยอกแล้ว มูลความผิดนั้นย่อมเป็นมูลความผิดตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 มาตรา 21 ด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในมูลความผิดตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 มาตรา 21, 42 ด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3571/2526 นายวิจารณ์ อุบัติศฤงค์ โจทก์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอ.ที.เอฟ. จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 (4) , ม. 28 (2) พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 ม. 21 , ม. 42