ฎีกาที่ 3560/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา (1) ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามมาตรา 7 (2) เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 26 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นราย ๆ ไป ก...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 75 ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้าหรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนห้าหมื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 76
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 76 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ถ้ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 103
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 103 ในขณะที่ยังไม่มีประกาศระบุชื่อยาเสพติดให้โทษตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ (1) เฮโรอีน หรือเกลือของเฮโรอีน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติ...
ย่อสั้น
ความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานจำหน่ายกัญชาเป็นความผิดต่างฐานกัน การที่โจทก์แยกฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ข. ก็เห็นเจตนาของโจทก์ได้ว่าขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ย่อมหมายความว่ารับว่าได้กระทำผิดทั้งสองกรรม ซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันตามฟ้อง จึงต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2525 เวลากลางวัน ก. จำเลยมีกัญชาจำนวน 6 แท่งหนัก 6.72 กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายให้กับผู้อื่นโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ข. ตามวันเวลาดังกล่าวภายหลังจากจำเลยได้กระทำผิดดังกล่าวในฟ้องข้อ ก. จำเลยได้จำหน่ายกัญชาให้แก่ผู้มีชื่อที่เข้าล่อซื้อไปจำนวน 1 แท่งอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษส่วนหนึ่งที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 26, 75, 76, 102, 103ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 58 ริบกัญชาของกลาง คืนธนบัตรที่ล่อซื้อและบวกโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อน จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและรอการลงโทษไว้จริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 26, 75, 76, 102, 103 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 58 ลงโทษจำคุกและบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนของกลางริบธนบัตรคืนเจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายกัญชา ลงโทษจำคุกและบวกโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเป็น 2 ตอน ข้อ ก. บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 5 จำนวน 6 แท่ง หนัก 6.72 กรัมไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายให้กับผู้อื่นโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และข้อ ข.บรรยายฟ้องว่าตามวันเวลาดังกล่าวแล้วภายหลังจากจำเลยได้กระทำผิดดังกล่าวในฟ้องข้อ ก. จำเลยได้จำหน่ายกัญชาให้แก่ผู้มีชื่อที่เข้าล่อซื้อไปจำนวน 1 แท่งราคา 10 บาท อันเป็น ยาเสพติด ให้โทษส่วนหนึ่งที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายดังกล่าวในข้อ ก. โดยฝ่าฝืนกฎหมายความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและความผิดฐานจำหน่ายกัญชาเป็นความผิดต่างฐานกัน การที่โจทก์แยกฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ข. ก็เห็นเจตนาของโจทก็ได้ว่า ขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ย่อมหมายความว่ารับว่าได้กระทำผิดทั้ง 2 กรรมซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันตามฟ้องจึงต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3560/2526 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกันยา ประทุมไทย หรือปทุมทัย จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 26 , ม. 75 ป.อ. ม. 90 , ม. 91