ฎีกาที่ 3820/2526
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แผงลอยพิพาทอยู่ในตลาดซึ่งเป็นที่ขายของจำพวกอาหารมีลักษณะเป็นพื้นและฝากั้นแบ่งเป็นช่องๆ ซึ่งเป็นที่วางของขายบนพื้นดิน ประกอบกับคำฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันขนสินค้าเข้าไปขายในที่พิพาทอีกอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ คำว่าที่พิพาทตามคำฟ้องจึงมีความหมายอยู่ในตัวว่าเป็นพื้นดินฉะนั้นแผงลอยพิพาทตามฟ้องจึงหมายถึงพื้นดินอันเป็นที่ตั้งของแผงลอย จึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ มิใช่แผงลอยทั่วๆ ไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์คือแผงลอยสำหรับวางขายของในบริเวณชั้นล่างของตลาดวโรรส อันเป็นที่พิพาทในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 236/2521 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ในระหว่างการ บังคับคดี ดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2524 เวลา 11.15 นาฬิกา เจ้าพนักงานศาลจังหวัดเชียงใหม่ไปตรวจสอบที่พิพาทตามคำสั่งศาลปรากฏว่าจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 3 ได้ขนย้ายสินค้าและสิ่งของต่าง ๆ ออกจากที่พิพาท และจำเลยที่ 4 ได้ทำหนังสือรับรองว่าได้สละสิทธิครอบครองในที่พิพาทแล้ว ในวันเดียวกันนั้นเองเวลา 15 นาฬิกา จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันขนสินค้าเข้าไปขายในที่พิพาทอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข เหตุเกิดที่ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 362 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูลและรับประทับฟ้องของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำคุก 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 2 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 2, 3 และ 4 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาว่าโดยสภาพของแผงลอยทั่ว ๆ ไป ย่อมหมายความว่าเป็นสังหาริมทรัพย์ แต่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าแผงลอยดังกล่าวเป็นอสังหาริมทรัพย์ ลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแผงลอยพิพาทอยู่ในตลาดวโรรสซึ่งเป็นที่ขายของประเภทอาหารมีลักษณะเป็นพื้นและมีฝากั้นแบ่งเป็นช่อง ๆ ซึ่งเป็นที่วางของขายบนพื้นดินประกอบกับตามคำฟ้องของโจทก์ ได้บรรยายว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันขนสินค้าเข้าไปขายในที่พิพาทอีกอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์คำว่าที่พิพาทตามคำฟ้องของโจทก์จึงมีความหมายอยู่ในตัวว่าเป็นพื้นดินฉะนั้นแผงลอยที่พิพาทตามฟ้องจึงหมายถึงพื้นดินอันเป็นที่ตั้งของแผงลอย จึงเป็นอสังหาริมทรัพย์มิใช่แผงลอยทั่ว ๆ ไป แต่โดยเหตุที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงเห็นควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดปัญหานี้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820/2526 นางบัวเขียว บุญยะกมล โจทก์ นางสุนีย์ ฤทธิ์อุดม กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 362