ฎีกาที่ 3617-3618/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อโจทก์อ้างว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยมิได้ทำการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้ความว่ามีกฎหมายและข้อบังคับตามที่โจทก์อ้างโจทก์จะถือเอาความควรหรือไม่ควรโดยให้อนุโลมเอากฎหมายหรือข้อบังคับอื่นซึ่งมิได้ใช้บังคับแก่กรณีของโจทก์มาใช้หาได้ไม่ส่วนการสอบสวนทางวินัยและการลงโทษทางวินัยก็มีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างไปจากการสอบสวนและลงโทษในคดีอาญา ดังนั้นเมื่อสอบสวนได้ความว่าโจทก์กระทำผิดวินัย แม้จะมิใช่ด้วยมูลโดยตรงที่ตั้งกรรมการสอบสวนก็ตาม จำเลยก็มีอำนาจลงโทษเลิกจ้างโจทก์ได้โดยมิต้องจ่ายค่าชดเชย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งไม่เป็นความจริง คำสั่งของจำเลยที่เลิกจ้างโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าขณะถูกเลิกจ้าง หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยโบนัส บำเหน็จสินจ้างที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า กับค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของจำเลยแล้ว เพราะโจทก์จงใจและ ประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้จำเลยเสียหายขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างทำความเห็นแย้ง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับจำเลยหาได้กำหนดวิธีการสอบสวนว่าจะต้องกระทำการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามอุทธรณ์โจทก์ไม่ โจทก์จะถือเอาตามควรหรือไม่ควรโดยให้อนุโลมเอากฎหมายและข้อบังคับอื่นซึ่งมิได้ใช้บังคับแก่กรณีของโจทก์และจำเลยมาปรับว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายและข้อบังคับหาได้ไม่ การสอบสวนทางวินัยและการลงโทษทางวินัยมีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างไปจากการสอบสวนและการลงโทษในคดีอาญา เมื่อทางสอบสวนได้ความว่าโจทก์กระทำผิดวินัย แม้มิใช่ด้วยมูลโดยตรงที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนจำเลยย่อมมีอำนาจสั่งลงโทษโจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617 - 3618/2525 นายศศิพงษ์ แสงชื่น กับพวก โจทก์ องค์การคลังสินค้า จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 , ข้อ 47