ฎีกาที่ 3859/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 5
พ.ศ. 2490 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเป็นนิติบุคคล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 7
พ.ศ. 2490 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 แต่ละมัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ให้มีกรรมการคณะหนึ่งไม่น้อยกว่า 7 คน เรียกว่าคณะกรรมการมัสยิด มีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิด
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 (ยกเลิก) มาตรา 9
พ.ศ. 2490 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิด ให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของคณะกรรมการมัสยิด
ย่อสั้น
ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมตามที่จำเลยให้การต่อสู้นั้นศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านหรือโต้เถียงเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ก็มิได้ยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยจะยกเป็นข้อฎีกาอีกหาได้ไม่ ตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 7,9ให้กรรมการมัสยิดมีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิด ในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิดให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก การฟ้องคดีก็เป็นการจัดการทรัพย์สินของมัสยิดอย่างหนึ่ง เมื่อกรรมการมัสยิดเสียงข้างมากมีมติให้ประธานกรรมการฟ้องคดีนี้ ประธานกรรมการมัสยิดโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนมัสยิดโจทก์ได้โดยไม่จำต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอีก ศาลพิพากษาห้ามจำเลยขัดขวางการขอออกโฉนดที่พิพาทของโจทก์ได้ แต่จะให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยว่าไม่ขัดขวางไม่ได้ เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลบังคับจำเลยให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 5 คณะกรรมการของโจทก์ได้ประชุมมีมติให้นายบุญญาประธานกรรมการดำเนินคดีนี้ โจทก์ได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าว ได้ขัดขวางโต้แย้งการขอออกโฉนดที่ดินเป็นการ ละเมิด สิทธิของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางการออกโฉนดที่ดินนั้นหากจำเลยขัดขวางให้ถือคำพิพากษาของศาลแสดงการเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินว่างเปล่าและปลูกเรือนมาประมาณ 17 - 18 ปี โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดรุกล้ำที่ดินที่จำเลยครอบครอง จำเลยจึงคัดค้าน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การฟ้องต้องให้คณะกรรมการไม่น้อยกว่าครึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดมอบอำนาจให้ฟ้องไม่ใช่โจทก์ใช้สิทธิโดยหน้าที่ประธานกรรมการมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยขัดขวางการออกโฉนดที่ดินของโจทก์ หากขัดขวางให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาของจำเลยไม่ขัดขวาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมตามที่จำเลยให้การต่อสู้นั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านหรือโต้เถียงเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มิได้ยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยจะยกเป็นข้อฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องนั้น ได้ความว่ากรรมการมัสยิดโจทก์11 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากได้ประชุมลงมติให้มัสยิดฟ้องคดีนี้ โดยให้นายบุญญาประธานกรรมการมีอำนาจดำเนินคดีแทนมัสยิด ดังนั้นกรรมการมัสยิดที่ลงมติให้ฟ้อง หามีความจำเป็นต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอีกไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2590 มาตรา 7, 9ให้กรรมการมัสยิดมีหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการและทรัพย์สินของมัสยิดในการดำเนินงานของคณะกรรมการมัสยิดให้เป็นไปตามเสียงข้างมากการฟ้องคดีก็เป็นการจัดการทรัพย์สินของมัสยิดอย่างหนึ่ง เมื่อกรรมการมัสยิดเสียงข้างมากมีมติให้ประธานกรรมการฟ้องคดีนี้ นายบุญญาประธานกรรมการมัสยิดโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีแทนมัสยิดโจทก์ได้ แล้วฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ห้ามจำเลยขัดขวางการขอออกโฉนดที่พิพาทของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่จะให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยว่า ไม่ขัดขวางไม่ได้ เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลบังคับจำเลยให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง พิพากษายืน แต่ไม่ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3859/2525 มัสยิดอาลียิดดารอยน์ โจทก์ นายเซ็น หะรีเมา จำเลย พ.ร.บ.มัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ม. 7 , ม. 9 ป.พ.พ. ม. 213 ป.วิ.พ. ม. 249 , ม. 273