ฎีกาที่ 658/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การบอกล้างโมฆียะกรรมนั้น คู่กรณีฝ่ายที่มีสิทธิบอกล้างจะต้องแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137,140 การที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยที่ 3 เป็นคดีอาญาในความผิดฐาน ฉ้อโกง ก็โดยประสงค์จะให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ในทางอาญาจึงไม่เป็นการแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะกรรมตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 3 ขอให้ร่วมกันรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินในฐานะจำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนองพร้อมทั้งขอบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันชำระเงินตามสัญญารับสภาพหนี้และตั๋วสัญญาใช้เงิน หากจำเลยทั้ง 3 ไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ขอยึดทรัพย์จำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสามไว้ตามคำขอของโจทก์ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 ได้ขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้แก่ผู้ร้องมีกำหนดหนึ่งปี จำเลยที่ 3 มิได้ไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนด ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2521 กองยึดอายัดและจำหน่ายทรัพย์สิน ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้ยึดที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าวไว้แทนศาลแพ่ง ความจริงที่ดินนี้ได้ตกเป็นของผู้ร้องแล้ว หาใช่ของจำเลยไม่ ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การแก้คำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยที่ดินพิพาททั้งสองแปลง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นคู่กรณีฝ่ายที่มีสิทธิบอกล้างจะต้องแสดงเจตนาต่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137, 140 แต่การที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาความผิดฐาน ฉ้อโกง ก็โดยประสงค์จะให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ในทางอาญา หาใช่ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝากที่เป็นโมฆียะนั้นไม่จึงไม่เป็นการแสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะกรรมตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว และการที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 ตกลงกันทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทคืนโดยวิธีผ่อนชำระราคา ก็เป็นการแสดงอยู่ในตัวว่า ผู้ร้องถือว่าที่พิพาทยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ทั้งปรากฏว่าเมื่อจำเลยที่ 3 ผิดสัญญา ผู้ร้องก็บอกเลิกสัญญาจะซื้อขายนั้นแล้ว พฤติการณ์เช่นนี้จึงหามีผลเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมดังโจทก์ฎีกาไม่ ที่พิพาทยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องให้ปล่อยทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2525 บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์ นายศักดา บุณยรักษ์ ผู้ร้อง บริษัทแป้งมันวารินทร์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 137 , ม. 140