ฎีกาที่ 470/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 14
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมีไว้ เพาะปลูก ทำผล ประดิษฐ์ ขาย โอน จำหน่าย หรือใช้ซึ่งยาเสพติดให้โทษในทางใด ๆ ก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย เว้นไว้แต่จะเป็นไปโดยประการที่จะกล่าวต่อไปนี้ (1) นักปรุงยา...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
ย่อสั้น
จำเลยกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ในขณะที่ พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522ยังมิได้ใช้บังคับ ต้องลงโทษจำเลยตามกฎหมายเก่า และกรณีนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาได้
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนเป็น 2 กระทง ให้จำคุกกระทงละ5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายมีกำหนด 5 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พยานของจำเลยที่ 2 ไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มานั้น ยังไม่ถูกต้อง เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังไม่ใช้บังคับขณะจำเลยกระทำความผิด และกรณีนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 1 มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ, 14, 20 ทวิ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2525 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายศรายุทธ ฮั้ววานิช กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 2 ป.วิ.อ. ม. 213 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522