ฎีกาที่ 3696/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายถึงความเสียหายว่า ผลแห่งการกระทำละเมิดครั้งนี้ทำให้รถจักรดีเซล ตู้รถบรรทุกน้ำมัน ป้ายจราจรทางบกของโจทก์ได้รับความเสียหาย คือรถจักรดีเซลเลขที่ 524 เสียหายเป็นเงิน 6,750 บาทรถ บทค.เลขที่ 1097 เสียหายเป็นเงิน 1,867.50 บาทรถ บทค. เลขที่ 976เสียหายเป็นเงิน 317.50 บาทป้ายจราจรทางบกของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 914.50 บาท รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 9,849.50 บาท เป็นการบรรยายถึงความเสียหายโดยแจ้งชัดแล้วว่าทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินค่าเสียหายเท่าใดส่วนรายละเอียดเสียหายอย่างใดนั้น เป็นเรื่องที่จะนำสืบให้ปรากฏในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายจึงไม่เคลือบคลุม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ 6 ล้อ ก.ท.ก-9270 และรถยนต์บรรทุก ก.ท.ก-6890 ซึ่งเกิดเหตุคดีนี้ไว้จากจำเลยที่ 1 ที่ 2โดยยอมชดใช้ค่าเสียหายแทนถ้ารถทั้งสองคันกระทำละเมิดให้ผู้อื่นเสียหาย ต่อมาวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2520 เวลาประมาณ 13.40 นาฬิกานายเฉลิมและนายปรีชาลูกจ้างผู้ขับขี่รถทั้งสองคันในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วยความ ประมาท ปราศจากความระมัดระวัง จอดรถขวางทางรถไฟที่ทางตัดผ่านถนนอาจณรงค์ แขวงคลองตัน เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์ผู้ขับรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนเลขที่ 524 ลากรถพ่วงจำนวน 24 ตู้ บรรทุกน้ำมันจากองค์การเชื้อเพลิงมุ่งหน้าจะไปสถานีแม่น้ำ ซึ่งได้ห้ามล้อฉุกเฉินแล้ว แต่ขบวนรถหยุดไม่ทันรถไฟของโจทก์จึงชนรถยนต์ดังกล่าวทำให้ รถจักรดีเซล ตู้รถบรรทุกน้ำมันป้ายจราจรทางบกของโจทก์ได้รับความเสียหาย คือรถจักรดีเซล เลขที่ 524เสียหายเป็นเงิน 6,750 บาทรถ บทค. เลขที่ 1097 เสียหายเป็นเงิน1,867.50 บาทรถ บทค. เลขที่ 976 เสียหายเป็นเงิน 317.50 บาทและค่าเสียหายของฝ่ายบำรุงทาง (เพราะทางที่เกิดรถชนกันมีป้ายจราจรทางบกของโจทก์ปักไว้เสียหายด้วย) เป็นเงิน 914.50 บาทรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 9,849.50 บาท โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสามชำระเงินค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย จึงขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดคือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2520 ถึงวันฟ้องโดยโจทก์ขอคิดเพียง 11 เดือน เป็นเงิน 684.02 บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชดใช้เงินแก่โจทก์ 10,533.52 บาท พร้อมด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 9,849.50 บาท นับแต่วันถัดวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า รถยนต์บรรทุก ก.ท.ก-9270 เป็นของจำเลยที่ 1 ส่วนรถยนต์บรรทุก ก.ท.ก-6890 ไม่ใช่ของจำเลยทั้งสองวันเกิดเหตุรถของจำเลยมิได้ทำละเมิด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสอง หากต้องรับผิดจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถดังกล่าวก็ต้องเป็นผู้รับผิดแทน ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายไว้โดยชัดแจ้ง ทำให้จำเลยทั้งสองไม่สามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก-9270 ในนามบุคคลอื่นซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกในนามของผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดเท่านั้นมิได้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก-6890 ผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งสองคันมิใช่ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และมิได้ก่อให้เกิดละเมิดแก่รถไฟของโจทก์ หากแต่เกิดจากความ ประมาท เลินเล่อของลูกจ้างโจทก์ จำเลยทั้งหมดไม่ต้องรับผิด หากต้องรับผิดก็ไม่เกิน 500 บาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะจำเลยที่ 3 ไม่ทราบได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รถไฟของโจทก์นั้นเสียหายอย่างใด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 9,849.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาเกี่ยวกับดอกเบี้ยยังไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เกี่ยวกับคิดดอกเบี้ยให้ตรงกับคำขอท้ายฟ้อง จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงความเสียหายว่าผลแห่งการกระทำละเมิดครั้งนี้ทำให้รถจักรดีเซล ตู้รถบรรทุกน้ำมันป้ายจราจรทางบกของโจทก์ได้รับความเสียหาย คือ รถจักรดีเซลเลขที่ 524 เสียหายเป็นเงิน 6,750 บาทรถ บทค. เลขที่ 1097 เสียหายเป็นเงิน 1,867.50 บาทรถ บทค. เลขที่ 976 เสียหายเป็นเงิน 317.50 บาท ป้ายจราจรทางบกของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 914.50 บาท รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 9,849.50 บาท เป็นการบรรยายถึงความเสียหายโดยแจ้งชัดแล้วว่าทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินค่าเสียหายเท่าใด ส่วนรายละเอียดเสียหายอย่างใดนั้น เป็นเรื่องที่จะนำสืบให้ปรากฏในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายจึงไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3696/2524 การรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามนาวาขนส่ง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172