ฎีกาที่ 3792/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดในคดีก่อนกับความผิดในคดีนี้เป็นความผิดกรรมเดียวกันแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบทเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อนเฉพาะความผิดฐาน ฉ้อโกง และโกงเจ้าหนี้และศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐาน ฉ้อโกง ไปแล้ว ถือได้ว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จะนำความผิดเดียวกันนั้นมาฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมอีกไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำเอกสารสิทธิปลอมทั้งฉบับแสดงว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 14499 แล้วจำเลยทั้งสองได้นำเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าวไปใช้แก่โจทก์โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินจึงรับซื้อไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 264, 265, 266และ 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง ต่อมาได้จำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในสำนวนคดีก่อนโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐาน ฉ้อโกง และโกงเจ้าหนี้ โดยบรรยายฟ้องไว้ในคดีก่อนด้วยแล้วว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันนำโฉนดที่ดินเลขที่ 14499 มีชื่อจำเลยที่ 1เป็นเจ้าของโอนขายให้แก่โจทก์และรับเงินไปจากโจทก์ 250,000 บาท จำเลยทั้งสองได้รับรองว่าโฉนดดังกล่าวเป็นของทางราชการกรมที่ดินทำให้โจทก์หลงเชื่อให้เงินแก่จำเลยทั้งสองไป ต่อมาโจทก์จึงทราบว่าโฉนดดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ดังนี้เห็นได้ว่าความผิดในคดีก่อนกับความผิดในคดีนี้เป็นความผิดกรรมเดียวกันแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อนเฉพาะความผิดฐาน ฉ้อโกง และโกงเจ้าหนี้ แต่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐาน ฉ้อโกง ไปแล้วเช่นนี้ ถือได้ว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จะนำความผิดเดียวกันนั้นมาฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมอีกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3792/2524 นางสร้อย กล่อมเจริญ โจทก์ นายผ่อง หรือนิตย์ เจริญสุข กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 90 ป.วิ.อ. ม. 39 (4)