ฎีกาที่ 2756/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 103
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 103 ในขณะที่ยังไม่มีประกาศระบุชื่อยาเสพติดให้โทษตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ (1) เฮโรอีน หรือเกลือของเฮโรอีน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติ...
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ให้อำนาจแก่ศาลชั้นต้นในการตรวจคำฟ้องซึ่งเป็นคำคู่ความโดยเด็ดขาดเมื่อปรากฏว่าคำฟ้องของโจทก์มีรายการช่องอายุแต่ไม่ใส่ให้ครบถ้วน ที่อยู่ของจำเลยผิดพลาดสับสน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งคืนฟ้องให้โจทก์แก้ไขให้ถูกต้องได้โดยชอบ คำสั่งคืนฟ้องให้โจทก์ทำมายื่นใหม่หาใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาไม่ แต่เป็นคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ถือว่าศาลชั้นต้นยังไม่ได้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งขังจำเลย เมื่อโจทก์แก้ไขคำฟ้องแล้วนำมายื่นใหม่ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำตัวจำเลยมาส่งศาลพร้อมคำฟ้องดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งเจ็ดกับพวกที่หลบหนีได้ร่วมกันผลิต ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 5 เป็นกัญชาแห้ง 1,000 กิโลกรัม กัญชาสด 800 กิโลกรัม และร่วมกันมี ยาเสพติด ให้โทษดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งเจ็ดได้พร้อมด้วยกัญชา ตาชั่งสำหรับชั่งกัญชาเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7(5), 26, 75, 76, 102, 103ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ริบของกลาง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำฟ้องของโจทก์บกพร่องหลายอย่าง อาศัยอำนาจตามมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมาตรา 18 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้คืนคำฟ้อง ให้โจทก์ทำมายื่นใหม่ ต่อมาวันรุ่งขึ้นโจทก์ยื่นคำฟ้องใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อจำเลยหลุดพ้นจากการควบคุมตามหมายขังระหว่างสอบสวนของศาลแล้ว เมื่อโจทก์ไม่นำตัวจำเลยมาศาลพร้อมกับยื่นคำฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165จึงไม่รับฟ้องไว้พิจารณา โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้ตัวจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 มายื่นฟ้องและศาลมีคำสั่งรับฟ้องไว้ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 509/2523 แล้ว จึงให้รับอุทธรณ์โจทก์เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้คืนฟ้องให้โจทก์ทำมายื่นใหม่เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(4) กำหนดแต่เพียงว่าฟ้องต้องมีชื่อตัว นามสกุล ที่อยู่ ไม่กำหนดให้ระบุอายุ และในเรื่องที่อยู่แม้จะผิดพลาดไปบ้างก็เป็นรายละเอียดไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เสียไป เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ให้อำนาจแก่ศาลชั้นต้นในการตรวจคำฟ้องซึ่งเป็นคำคู่ความโดยเด็ดขาด เมื่อปรากฏว่าคำฟ้องของโจทก์มีรายการช่องอายุ แต่ไม่ใส่ให้ครบถ้วน ที่อยู่ของจำเลยผิดพลาดสับสน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งคืนฟ้องให้โจทก์แก้ไขให้ถูกต้องได้โดยชอบ ที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนฟ้องให้โจทก์ทำมายื่นใหม่จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีอำนาจขังจำเลยไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 นั้น เห็นว่าคำสั่งคืนฟ้องให้โจทก์ทำมายื่นใหม่หาใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาไม่ แต่เป็นคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ถือได้ว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งขังดังที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์แก้ไขคำฟ้องแล้วนำมายื่นใหม่โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำตัวจำเลยมาส่งศาลพร้อมคำฟ้องดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2756/2524 พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายวัชรินทร์หรือติ๋ม ศรีปาน กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 15 , ม. 71 , ม. 158 , ม. 161 , ม. 165 , ม. 196 ป.วิ.พ. ม. 18 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 26