ฎีกาที่ 3869/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษามาเป็นเวลาถึงสิบปีโจทก์มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ จำเลยก็เพิกเฉย แม้จำเลยจะมีสิทธิการเช่าซื้อบ้านและที่ดิน หากโจทก์นำยึดมาก็อาจจะขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ไม่ได้ถ้าผู้ให้เช่าซื้อไม่ยินยอม รายได้จากการทำงานของจำเลยก็ยังห่างไกลกับจำนวนหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ ทั้งจำเลยไม่เคยกระทำการใดอันแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์โดยสุจริต ถือได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่น้อยกว่า30,000 บาท ซึ่งเป็นหนี้จำนวนแน่นอนโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาเป็นเงิน 66,742.46 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม โจทก์มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้จำเลยก็ไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ไปยึดทรัพย์ แต่จำเลยไม่มีทรัพย์สินที่อาจยึดมาชำระหนี้ได้แสดงว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยมีทรัพย์สินพอชำระหนี้ได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ทั้งหมดได้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษามาเป็นเวลาถึงสิบปีโจทก์มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ จำเลยก็เพิกเฉย โจทก์นำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ไปยึดทรัพย์สิน ก็ยึดอะไรไม่ได้ แม้จำเลยมีสิทธิการเช่าซื้อบ้านพร้อมด้วยที่ดินโดยเช่าซื้อมาในราคา 539,984 บาท ก็ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ และตามสัญญาเช่าซื้อจำเลยจะโอนสิทธิในสัญญาให้แก่ผู้ใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ หากโจทก์จะนำยึดสิทธิการเช่าซื้อมาก็อาจจะขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ไม่ได้ถ้าผู้ให้เช่าซื้อไม่ยินยอม จำเลยมีรายได้ประมาณเดือนละ 10,000 บาท ก็ยังห่างไกลกับจำนวนหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ ทั้งจำเลยไม่เคยกระทำการใดอันแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์โดยสุจริต เชื่อได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่น้อยกว่า30,000 บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่มีจำนวนแน่นอน โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้ พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3869/2524 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นางสาวระวีวรรณ บุญธัญญลักษณ์ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 8 , ม. 9