ฎีกาที่ 2106/2523
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 3
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 (2) พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2479 (3) พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 25...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 97
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 97 ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีกในระหว่างที่ยังต้องรับโทษอยู่หรือภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 103
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 103 ในขณะที่ยังไม่มีประกาศระบุชื่อยาเสพติดให้โทษตามมาตรา 8 (1) แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ (1) เฮโรอีน หรือเกลือของเฮโรอีน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติ...
ย่อสั้น
จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตซ้ำกันถึง 2 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษคดีก่อนแม้ว่าโทษครั้งก่อนจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกัญชาแต่พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 ได้บัญญัติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกัญชาทั้งฉบับแล้วนำมาบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษโดยให้ถือว่ากัญชาเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 5 และผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดฉะนั้น การที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งในคดีก่อนและคดีหลังจึงต้องถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษด้วยกันจึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ.2522 ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 97, 102, 103 จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 76 วางโทษจำคุก 3 เดือน ลดกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน 15 วันยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษโดยอ้างว่าความผิดฐานมีกัญชาโดยมิได้รับอนุญาตในคดีก่อนไม่ใช่ความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษจึงเพิ่มโทษตามมาตรา 97 ไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตซ้ำกันถึง 2 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษคดีก่อนแม้ว่าโทษครั้งก่อนจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ. 2477 แต่พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 3 ได้บัญญัติให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ. 2477 ทั้งฉบับ แล้วนำมาบัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยให้ถือว่า กัญชา เป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 5 และผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามมาตรา 26, 76 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ฉะนั้น การที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งในคดีก่อนและคดีหลัง จึงต้องถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษด้วยกัน เมื่อจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวซ้ำภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษจึงอยู่ในเกณฑ์ที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้ พิพากษาแก้เป็นให้เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 เป็นจำคุก 4 เดือน 15 วัน แล้วลดโทษกึ่งหนึ่ง เพราะจำเลยรับสารภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือโทษจำคุก 2 เดือน 7 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2523 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสมพงษ์ ไพบูลย์ จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 97