ฎีกาที่ 2345/2521
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 14
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมีไว้ เพาะปลูก ทำผล ประดิษฐ์ ขาย โอน จำหน่าย หรือใช้ซึ่งยาเสพติดให้โทษในทางใด ๆ ก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย เว้นไว้แต่จะเป็นไปโดยประการที่จะกล่าวต่อไปนี้ (1) นักปรุงยา...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ตรี
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดซื้อ รับเอาหรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองพันบาท ถ้า...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 29
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะและวัตถุอื่น ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นโดยไม่ต้องคำน...
ย่อสั้น
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเฉพาะข้อหาฐานมี ยาเสพติด ให้โทษ (เฮโรอีน) มิได้แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีน แต่เมื่อสอบสวนจำเลยในข้อหามี ยาเสพติด ให้โทษนั้นปรากฏว่า นอกจากจำเลยมี ยาเสพติด ให้โทษแล้ว จำเลยยังทำการจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษอีกด้วย ดังนี้ เรียกได้ว่าได้มีการสอบสวนจำเลยในความผิดข้อหาฐานจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษ (เฮโรอีน) ตามความในมาตรา 120 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยแล้ว การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาฐานหนึ่งแต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดข้อหาดังกล่าวตามนัยแห่งมาตรา 120 แล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษ 6 หลอด หนัก 0.23 กรัม ไว้เพื่อขาย จำหน่าย จ่ายแจก โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและจำเลยขายเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ,14, 20 ทวิ, 20 ตรี, 29 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504มาตรา 4, 6, 7, 12 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ ลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุกฐานมี ยาเสพติด ให้โทษไว้เพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษกระทงละสามปีสี่เดือน รวมจำคุกจำเลยหกปีแปดเดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยจำหน่ายเฮโรอีน 1 หลอด ให้แก่สิบตำรวจโทธวัชซึ่งปลอมตัวไปซื้อเมื่อจับกุมค้นพบเฮโรอีนอีก 5 หลอด และหลอดพลาสติกเปล่าอีก 7 หลอดในถุงกระดาษที่จำเลยถืออยู่ การกระทำของจำเลยจึงผิดสองกรรมต่างกัน แต่ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเพียงว่ามี ยาเสพติด ให้โทษ (เฮโรอีนชนิดผงสีขาว) ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อจำหน่ายแจกจ่ายโดยผิดกฎหมายเพียงฐานเดียว มิได้แจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนซึ่งเป็นความผิดคนละฐานต่างกรรมให้จำเลยทราบ การสอบสวนจำเลยในข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นการปฏิบัติโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายเพียงกระทงเดียวลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา 76 แล้ว จำคุกจำเลยไว้สามปีสี่เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า จำเลยจำหน่ายเฮโรอีน 1 หลอดให้แก่สิบตำรวจโทธวัช และภายใน 5 นาที ร้อยตำรวจโทสุรพลกับพวกจับกุมจำเลยได้ ค้นตัวจำเลยได้ธนบัตรที่ร้อยตำรวจโทสุรพลลงชื่อมอบให้ไปซื้อเฮโรอีนจากจำเลย และค้นพบเฮโรอีนอีก 5 หลอด หลอดพลาสติกเปล่าอีก 7 หลอด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและสอบสวนแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบเพียงว่าจำเลยมี ยาเสพติด ให้โทษ (เฮโรอีน) มิได้มีการแจ้งข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนก็ตาม แต่เมื่อสอบสวนจำเลยในข้อหามี ยาเสพติด ให้โทษนั้นปรากฏว่านอกจากจำเลยมี ยาเสพติด ให้โทษแล้ว จำเลยยังทำการจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษอีกด้วย ดังนี้ เรียกได้ว่ามีการสอบสวนจำเลยในความผิดข้อหาฐานจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษ (เฮโรอีน) ตามความในมาตรา 120 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วยแล้ว การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดข้อหาดังกล่าวตามนัยแห่งมาตรา 120 แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษชนิดเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิอีกกระทงหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา 76 แล้ว คงจำคุกจำเลยไว้สามปีสี่เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2521 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายรังสรรค์ นามะสนธิ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 120 , ม. 134