ฎีกาที่ 2664/2520
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ตรี
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดซื้อ รับเอาหรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองพันบาท ถ้า...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่าย น้ำหนัก 0.11 กรัมราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ดังนี้ ตามคำบรรยายฟ้องมีความหมายชัดแจ้ง แสดงว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมด ไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องจะนำข้อเท็จจริงที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายมิได้ คงลงโทษจำเลยได้เฉพาะข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนเท่านั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจมี ยาเสพติด ให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย รวมน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท 30 สตางค์ และจำเลยได้จำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วย ยาเสพติด ให้โทษเป็นของกลาง ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญา ตามคดีหมายเลขแดงที่ 202/2516 จำคุก 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษมาแล้ว จำเลยกระทำผิดขณะมีอายุเกินกว่า 17 ปี จำเลยพ้นโทษแล้วภายใน 5 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ,20 ทวิ, 20 ตรี, (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7, 12 ขอให้ริบของกลางและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าเป็นความจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 15 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเป็น 2 กรรมจึงไม่ชอบ ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 12 จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน ของกลางริบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้บังอาจมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายเฮโรอีนของกลางให้แก่ผู้มีชื่อไป สิบตำรวจโทมนัสจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนที่ยังเหลือที่อยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด มีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายกรรมหนึ่ง และฐานจำหน่ายเฮโรอีนนั้นอีกกรรมหนึ่งหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้พิจารณาฟ้องและคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์แล้วตามคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดว่าจำเลยได้บังอาจมีไว้ซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์เพื่อจำหน่ายน้ำหนัก 0.11 กรัม ราคา 3 บาท30 สตางค์ และจำเลยได้บังอาจจำหน่ายซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษดังกล่าวให้กับผู้มีชื่อ ตามคำบรรยายฟ้องดังที่กล่าวมานี้มีความหมายชัดแจ้งแสดว่าจำเลยมีเฮโรอีน 0.11 กรัมแล้วจำหน่ายไปทั้งหมดไม่มีเหลืออยู่ที่จำเลยอีก แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่า หลังจากจำเลยจำหน่ายเฮโรอีนไป 1 หลอดแล้ว ยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ที่จำเลยอีก 2 หลอด ก็เป็นกรณีที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง จะนำข้อเท็จจริงตามที่ได้ความนอกเหนือจากคำฟ้องมาวินิจฉัยให้เป็นโทษแก่จำเลยมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุพันธ์ บินซามัน จำเลย ป.อ. ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) , ม. 192 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4ทวิ , ม. 20ทวิ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4 , ม. 6 , ม. 12