ฎีกาที่ 2937/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เดิม ป. ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายสำหรับปี พ.ศ.2511 คดีถึงที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาขับไล่จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหาย อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2516 แล้ว ป. ตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ป. ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายในการ ละเมิด ดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ถึงปี พ.ศ. 2516ดังนี้ เมื่อการ ละเมิด ตามฟ้องเกิดขึ้นและติดต่อกันมาตั้งแต่คดีเดิม ป. มีทางเรียกร้องให้คดีเดิมอยู่แล้ว แต่ไม่เรียกร้อง จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายปอด หอมสุข เมื่อปี พ.ศ. 2511จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปไถและหยอดพืชในที่ดินของนายปอด นายปอดจึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษาขับไล่จำเลยเมื่อปี พ.ศ. 2516 ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายสำหรับปี พ.ศ. 2511 ปีเดียว แต่ระหว่างเป็นความจนถึงปี พ.ศ. 2516 จำเลยทั้งสองเข้าทำไร่ในที่พิพาทเป็นการ ละเมิด ขึ้นหลังคดี ทำให้นายปอดเสียหายปีละ 3,704 บาท รวมเป็นเงิน 38,520 บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า นายปอดสติไม่ดีลงชื่อโดยไม่รู้ว่าเป็นพินัยกรรมจำเลยที่ 2 เลิกทำไร่ที่พิพาทมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายมากเกินควร คดีขาดอายุความมรดก และเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องและคำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงงดสืบพยานและวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 306/2512 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขณะนายปอดฟ้องคดี การ ละเมิด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502ถึง พ.ศ. 2516 ยังไม่เกิดเพราะการทำนามิใช่ว่าจะทำนาทุกปีเสมอปี โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2511จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าทำไร่ที่พิพาทซึ่งเป็นของนายปอด หอมสุข นายปอดหอมสุข ได้ฟ้องขอแสดงสิทธิให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้ใช้ค่าเสียหายขาดประโยชน์ในปี พ.ศ. 2511 คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาว่านายปอดหอมสุข มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายปี พ.ศ. 2511 เป็นเงิน 7,704 บาท ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2516 นายปอดตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายปอดมาฟ้องเรียกค่าเสียหายในการ ละเมิด ดังกล่าวตั้งแต่พ.ศ. 2512 ถึง พ.ศ. 2516 ต่อจากที่นายปอดฟ้องเรียกร้องไว้ในคดีเดิม ซึ่งตามคำบรรยายฟ้องปรากฏชัดว่าจำเลยทั้งสองได้ ละเมิด ครอบครองที่พิพาทของนายปอดมาตั้งแต่วันทำ ละเมิด ดังกล่าวติดต่อมาถึง พ.ศ. 2516 พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการ ละเมิด ตามฟ้องเกิดขึ้นและติดต่อกันมาตั้งแต่คดีเดิมมิได้มีการ ละเมิด เกิดขึ้นใหม่แต่อย่างใด ค่าเสียหายในปีถัดจากปีที่นายปอดฟ้องเรียกร้องก็เป็นสิทธิของนายปอดที่จะเรียกร้องเอาได้ในคราวเดียวเป็นค่าเสียหายในอนาคตเมื่อนายปอดมีทางเรียกร้องได้ในคดีเดิมอยู่แล้ว แต่มิได้เรียกร้อง โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายปอดมาฟ้องเรียกร้องจากจำเลยทั้งสองอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีเดิม ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 พิพากษากลับ เป็นให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2519 นายปิ่นศักดา เอี่ยมสอาด โจทก์ นายกำไร ศรีรักษา กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148