ฎีกาที่ 2616-2617/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20
พ.ศ. 2504 · effective_date
ผู้ใดนำหรือส่งหรือสั่งให้นำหรือส่งโดยวิธีใด ๆ เข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร เพาะปลูกทำผลหรือประดิษฐ์ ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
ย่อสั้น
การที่จำเลยที่ 2 เพียงช่วยพันเฝือกที่ขาของจำเลยที่ 1 และเอาเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ในเฝือก เป็นการสนับสนุนในการที่จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้นมิใช่ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดดังกล่าว
ย่อยาว
คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา และเรียกจำเลยสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3 โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อขาย จำหน่าย จ่ายแจก และร่วมกันนำเฮโรอีนดังกล่าวส่งออกนอกราชอาณาจักร แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะเจ้าพนักงานเข้าขัดขวางจับกุมจำเลยได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษฯ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาว่ามีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองแต่ปฏิเสธในข้อหาว่ามีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและข้อหาว่าพยายามส่งเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักร จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ให้จำคุกคนละ 15 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4 ทวิ, 5ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ให้จำคุกคนละ 10 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ให้จำคุก 10 ปี แต่คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 คนละ16 ปี 8 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3ในข้อหาฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 5 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86, 80 มีกำหนดโทษ 6 ปี 8 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา คงมีปัญหาขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า ควรลดโทษจำเลยที่ 1 ลงอีกหรือลงโทษสถานเบาหรือไม่ จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายและเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตหรือไม่และจำเลยที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่รับอนุญาตหรือไม่ ในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 2 เพียงช่วยพันเฝือกที่ขาของจำเลยที่ 1 และเอาเฮโรอีนของกลางซุกซ่อนไว้ในเฝือก เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำออกนอกราชอาณาจักรนั้น เป็นการสนับสนุนในการที่จำเลยที่ 1กระทำความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตเท่านั้น มิใช่จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2616 - 2617/2519 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายมาร์คอลัน คิสซิงเจอร์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 83 , ม. 86