ฎีกาที่ 1816/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 14
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมีไว้ เพาะปลูก ทำผล ประดิษฐ์ ขาย โอน จำหน่าย หรือใช้ซึ่งยาเสพติดให้โทษในทางใด ๆ ก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย เว้นไว้แต่จะเป็นไปโดยประการที่จะกล่าวต่อไปนี้ (1) นักปรุงยา...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ตรี
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดซื้อ รับเอาหรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองพันบาท ถ้า...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 29
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะและวัตถุอื่น ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นโดยไม่ต้องคำน...
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนฯไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 1 ห่อและ 3 หลอด และจำเลยบังอาจจำหน่าย ขายเฮโรอีนจำนวน 3 หลอดดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นโดยในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน 1 ห่อและ 3 หลอดซึ่งจำเลยจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายทั้งในชั้นพิจารณาจำเลยก็ให้การรับสารภาพตามฟ้องเช่นนี้เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน คือ มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายกระทงหนึ่ง และฐานฐานจำหน่ายเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2518 เวลากลางวัน จำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 1 ห่อ และ3 หลอด และจำเลยบังอาจจำหน่ายขายเฮโรอีน จำนวน 3 หลอดดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนจำนวน 1 ห่อ และ 3 หลอด ซึ่งจำเลยจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 14, 20 ตรี, 20 ทวิ, 29 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7, 12 และเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เพราะก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษจำคุก 9 เดือนฐานทำร้ายร่างกายมาแล้ว ภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษมากระทำผิดในคดีนี้ขึ้นอีก จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2504 มาตรา 6 รวมสองกระทง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นไม่ควรลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนจากจำนวนเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวพิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, 29 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 12 ลงโทษจำคุก 5 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 หนึ่งในสาม จำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ของกลางริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย และการที่จำเลยจำหน่ายเฮโรอีน เป็นคนละกรรมกัน เพราะการกระทำของจำเลยมีเจตนาต่างกันคือ มีเจตนามีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายอย่างหนึ่ง และมีเจตนาจำหน่ายเฮโรอีนอีกอย่างหนึ่ง แม้ว่ากฎหมายจะบัญญัติความผิดดังกล่าวไว้ในมาตรา 20 ทวิแห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษมาตราเดียวกัน แต่การกระทำความผิดอาจแยกเป็นคนละกรรมได้ ซึ่งแล้วแต่การบรรยายฟ้องของโจทก์และข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นเรื่อง ๆ ไป สำหรับคดีนี้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6 ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเฮโรอีน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 2 ส่วนการกำหนดโทษ เพิ่มโทษ และลดโทษนั้น ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2519 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายหงี แซ่เฮ้ง จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4 ทวิ , ม. 20 ทวิ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 6 ป.อ. ม. 91