ฎีกาที่ 1700/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ตรี
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดซื้อ รับเอาหรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองพันบาท ถ้า...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 29
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะและวัตถุอื่น ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นโดยไม่ต้องคำน...
ย่อสั้น
มี ยาเสพติด ให้โทษชนิดเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองจำนวนหนึ่ง และจำหน่ายเฮโรอีนนั้นบางส่วนไป เป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองหนัก 0.35 กรัม และได้ขายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบไป 2 หลอด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ, 20 ตรี, 29 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 6, 7, 12 ให้ลงโทษตามมาตรา 20 ทวิอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำเลยอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 76 จำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลย 1 ปี 8 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง แต่ที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งคืนเงิน 20 บาท ของกลางให้เจ้าพนักงานตำรวจนั้น เห็นว่า เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการขาย ยาเสพติด ให้โทษ จึงคืนให้ไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิด และคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าพนักงานตำรวจ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้คืนธนบัตร 20 บาท ของกลางแก่เจ้าพนักงานตำรวจ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในความครอบครองจำนวนหนึ่ง และจำหน่ายเฮโรอีนของกลางนั้นบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นการกระทำความผิดสองกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, 20 ตรี ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7ให้ลงโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 จำเลยอายุกว่า 17 ปีแต่ยังไม่เกิน 20 ปี เมื่อลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว ให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองมีกำหนด 8 เดือน ลงโทษจำคุกฐานจำหน่ายเฮโรอีนมีกำหนด 3 ปี 4 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลย 4 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2519 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสามารถ หรืออ๊อด นามเรือง จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4 ทวิ , ม. 20 ทวิ , ม. 20 ตรี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4 , ม. 6 , ม. 7 ป.อ. ม. 91