ฎีกาที่ 1881/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นเรื่องที่ผู้กระทำผิดได้ทรัพย์ด้วยการหลอกลวง แต่ความผิดฐานรับของโจร ทรัพย์ที่ได้มาด้วยการ ฉ้อโกง นั้น ผู้รับของโจรไม่ได้ไปหลอกลวงด้วย เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องในข้อ (ข) สำหรับความผิดฐาน ฉ้อโกง ว่า จำเลยที่ 2 ได้ปุ๋ยมาด้วยการร่วมกับจำเลยที่ 1 นำใบอินวอยซ์ปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัท ส. แต่กลับบรรยายฟ้องข้อ(ค) ในความผิดฐานรับของโจรว่า จำเลยที่ 2 รับปุ๋ยรายเดียวกันนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่า เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการ ฉ้อโกง ซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปหลอกลวงด้วยจึงขัดแย้งกัน การที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาเพื่อให้ศาลวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าจะเป็นความผิดฐานใดเช่นนี้ จำเลยที่ 2 ไม่อาจเข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวหาว่ากระทำการอย่างใดแน่ ย่อมต่อสู้คดีไม่ถูก ฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ในความผิดสองฐานนี้จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม แต่สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์มิได้กล่าวหาว่ากระทำผิดฐานรับของโจรด้วย ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐาน ฉ้อโกง จึงไม่เคลือบคลุม
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันลักใบอินวอยซ์ปลอมของโจทก์ไป หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสองได้รับใบอินวอยซ์ที่ถูกลักมา แล้วร่วมกันกรอกรายการอันเป็นเท็จ และปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินเชื่อในใบอินวอยซ์ปลอมดังกล่าว แล้ว (ข) จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันนำใบอินวอยซ์ปลอมนั้นไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัทสยามไซโลและอบพืช จำกัด เพื่อรับเอาปุ๋ยตามจำนวนในใบอินวอยซ์ปลอมไปรวมทั้งสิ้น 11,000 กระสอบ เป็นเงิน 913,000 บาท หรือมิฉะนั้น (ค) จำเลยที่ 2 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าปุ๋ย 11,000 กระสอบดังกล่าว เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการ ฉ้อโกง โจทก์ได้บังอาจรับปุ๋ยจำนวนดังกล่าวนั้น เพื่อค้ากำไร ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84,264, 265, 268, 334, 335(11) 341, 352 และ 357 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทุกข้อเคลือบคลุมพิพากษายกฟ้อง โดยไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกัน ฉ้อโกง ปุ๋ยของโจทก์จำนวน 11,000 กระสอบ ตามฟ้องข้อ (ข)และที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 รับของโจรปุ๋ยจำนวนดังกล่าวตามฟ้องข้อ (ค) เป็นฟ้องเคลือบคลุมดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่ฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรใบอินวอยซ์และปลอมเอกสารใบอินวอยซ์ กับใช้เอกสารใบอินวอยซ์ปลอม ไม่เคลือบคลุมพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ในฐานความผิดตามคำฟ้องของโจทก์ที่ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดฐาน ฉ้อโกง หรือฐานรับของโจร ไม่เคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐาน ฉ้อโกง และความผิดฐานรับของโจรมีองค์ประกอบแตกต่างกันมาก ความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นเรื่องผู้กระทำผิดได้ทรัพย์ด้วยการหลอกลวง แต่ความผิดฐานรับของโจร ทรัพย์ที่ได้มาด้วยการ ฉ้อโกง นั้น ผู้รับของโจรไม่ได้ไปหลอกลวงด้วย การที่จะฟ้องรวมกันมาเพื่อให้ศาลวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงแห่งคดีว่าเป็นความผิดฐานใด ดังเช่นคำฟ้องคดีนี้ ข้อ (ข) บรรยายว่าจำเลยที่ 2 ได้ปุ๋ยมาด้วยการนำใบอินวอยซ์ปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่บริษัทสยามไซโลและอบพืช จำกัด แต่ฟ้องข้อ (ค) กลับว่า จำเลยที่ 2รับปุ๋ยรายเดียวกันนี้ไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการ ฉ้อโกง ซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ไปหลอกลวงด้วยจึงขัดแย้งกันจำเลยที่ 2 ไม่อาจเข้าใจได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 กระทำการอย่างใดแน่ ย่อมต่อสู้คดีไม่ถูก ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เฉพาะความผิดสองฐานนี้จึงเคลือบคลุมดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่คดีสำหรับจำเลยที่ 1 นั้น โจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1กระทำผิดฐานรับของโจร ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงไม่เคลือบคลุม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ในข้อหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการ ฉ้อโกง ตามฟ้องข้อ (ข) ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2517 บริษัทเอสโซ่เคมีประเทศไทย จำกัด โจทก์ โดยนายวิโรจน์ ริจิรานุวัตร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายบุญรอด สัจจาพระพิมล กับพวกรวม 2 คน จำเลย ป.อ. ม. 341 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 158