ฎีกาที่ 2176/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ยาต่อไปนี้ (1) ฝิ่นยา (2) บรรดาอัลกาลอยด์ (Alkaloids) ของฝิ่น รวมทั้งวัตถุที่แปรธาตุมาจากอัลกาลอยด์ และบรรดาเกลืออันประกอบขึ้นจากอัลกาลอยด์ (3) ใบโคค...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 4 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
เฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินเป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด มิให้ผู้ใดนำหรือส่งเข้ามาในหรือออกนอกราชอาณาจักร ประดิษฐ์ มีไว้ ซื้อ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือใช้ไม่ว่าเพื่อบำบัดโ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 14
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมีไว้ เพาะปลูก ทำผล ประดิษฐ์ ขาย โอน จำหน่าย หรือใช้ซึ่งยาเสพติดให้โทษในทางใด ๆ ก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย เว้นไว้แต่จะเป็นไปโดยประการที่จะกล่าวต่อไปนี้ (1) นักปรุงยา...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ตรี
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดซื้อ รับเอาหรือมีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองพันบาท ถ้า...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 20 ทวิ
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ใดขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจกหรือมีไว้เพื่อขาย จำหน่ายหรือจ่ายแจก ซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดใด ๆ โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 27
พ.ศ. 2504 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
อันว่าค่าของยานั้น เมื่อจะคำนวณเป็นเบี้ยปรับตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้คิดตามราคาที่กรมสาธารณสุขขาย
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 28
พ.ศ. 2465 · ตรงจากแหล่ง
ยาเสพติดให้โทษใด ๆ ที่เป็นของกลางในคดีความผิดฐานที่ได้ล่วงละเมิด หรือกำลัง หรือพยายามจะล่วงละเมิดพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้ยึดและรับส่งให้กรมสาธารณสุขทั้งสิ้น ไม่เลือกว่าจะถึงกับมีผู...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระพุทธศักราช 2465 มาตรา 29
พ.ศ. 2504 · ตรงจากแหล่ง
บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะและวัตถุอื่น ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับเฮโรอินหรือเกลือของเฮโรอินอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้นโดยไม่ต้องคำน...
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยมีเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษ ซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดไว้ในครอบครองและได้บังอาจจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและได้จำหน่ายเฮโรอีนแก่ผู้อื่น การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้ มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง และได้จำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย เป็นความผิดสองกระทง เมื่อจำเลยกระทำความผิดภายหลังวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11มีผลใช้บังคับแล้ว แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงมาด้วย ศาลย่อมมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยมีเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษ ซึ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด น้ำหนัก 60 มิลลิกรัมราคากรัมละ 30 บาทไว้ในครอบครองและได้บังอาจร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่ผู้อื่นโดยผิดกฎหมายทั้งได้บังอาจร่วมกันมีกันชาจำนวน 1 ห่อ น้ำหนัก 50,150 กรัม และบ้องกันชา 2 บ้องไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยเฮโรอีนกันชา และบ้องกันชาดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4, 5 ทวิ, 14, 20 ตรี, 20 ทวิ, 27, 28, 29 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2479 มาตรา 10, 11 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 5 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 3, 4, 6, 7, 8, 12 พระราชบัญญัติกันชา พ.ศ. 2477 มาตรา 7, 8, 10 และริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานมีกันชาและบ้องกันชา แต่ปฏิเสธฐานมีเฮโรอีนและฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานมีกันชาและบ้องกันชา ลดโทษรับสารภาพให้กึ่งหนึ่งแล้วคงปรับ รวม 200 บาท จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานมีกันชาและบ้องกันชา ปรับรวม 200 บาท และตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4, 4 ทวิ, 14, 20 ตรี, 20 ทวิ, 27, 28, 29 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2479 มาตรา 10, 11 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2502 มาตรา 5 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 3, 4, 6, 7, 8, 12 ลงโทษฐานมีเฮโรอีน จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 8 ปี ลดโทษรับสารภาพให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ปรับ 100 บาท ริบของกลางคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีและจำหน่ายเฮโรอีนตามฟ้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า การมีและจำหน่ายเฮโรอีนเป็นกรรมเดียวกัน ขอให้ลงโทษในเรื่องเฮโรอีนเฉพาะบทหนักเพียงกระทงเดียว คือ จำหน่ายเฮโรอีนเท่านั้น และไม่ควรถูกลงโทษฐานมีกันชากับบ้องกันชา เพราะจำเลยที่ 1 รับสารภาพแล้วว่าเป็นของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดแต่เพียงกระทงเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 2 ฐานจำหน่ายเฮโรอีนแต่เพียงกระทงเดียวมีกำหนด 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานมีและฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กฎหมายบัญญัติการมีไว้ซึ่งเฮโรอีนและการจำหน่ายเฮโรอีนไว้คนละมาตรา เป็นคนละฐานความผิดกัน การที่จำเลยที่ 2 มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง และจำเลยที่ 2 จำหน่ายเฮโรอีนแก่ผู้อื่นเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 แยกได้เป็น 2 กระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลลงโทษฐานมีเฮโรอีนและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นและจากข้อเท็จจริงในคดี ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดหลังจากที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 มีผลใช้บังคับแล้ว ตามประกาศดังกล่าว ข้อ 2 ได้แก้ไขยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยให้ลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แม้คดีนี้โจทก์จะมิได้อ้างมาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้องแต่โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงมาด้วย จึงเห็นว่าศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้ อนึ่ง เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้นยังไม่ถูก และศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้ไขในเรื่องนี้ศาลฎีกาจึงชอบที่จะแก้เสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2เป็นว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 20 ทวิ, 20 ตรี พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 7 ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11ข้อ 2 ส่วนการกำหนดโทษและลดโทษนั้น ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ของกลางริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายตระกูล น้อยสา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 4 ทวิ , ม. 20 ทวิ , ม. 20 ตรี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4 , ม. 6 , ม. 7 ป.อ. ม. 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2