ฎีกาที่ 2877/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 วรรคสองให้รวมถึงค่าธรรมเนียมในการ บังคับคดี ด้วย ย่อมตกแก่คู่ความเฉพาะฝ่ายที่แพ้คดี จำเลยเป็นคู่ความและเป็นฝ่ายที่แพ้คดีจำเลยจึงต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมแต่ผู้เดียวผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาของจำเลยยื่นคำร้องเข้ามาในชั้น บังคับคดี ขอรับส่วนแบ่งจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด มิได้เป็นคู่ความที่แพ้คดีด้วย จึงไม่มีส่วนต้องรับผิดร่วมด้วยในค่าธรรมเนียมในการ บังคับคดี (อ้างฎีกาที่ 193/2502) มาตรา 153(2),318 และ 319 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นบทบัญญัติกำหนดวิธีการจ่ายเงิน โดยให้หักค่าฤชาธรรมเนียมในการ บังคับคดี ออกจากเงินได้จากการขายทรัพย์เสียก่อน เหลือเงินสุทธิเท่าใดจึงจ่ายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หาใช่เป็นบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความไม่
ย่อยาว
คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลสั่งยึดทรัพย์ของนายหล บุนนาคจำเลยขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ยึดขายทอดตลาดทั้งหมดเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง ขอให้ศาลกันส่วนเงินได้ของผู้ร้องจากการขายทอดตลาดให้ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง โจทก์ไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ารับส่วนแบ่งจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดกึ่งหนึ่งตามคำร้อง ศาลขายทอดตลาดทรัพย์ของนายหล บุนนาค จำเลยได้เงิน 406,350 บาท ผู้ร้องยื่นคำแถลงขอรับเงินส่วนแบ่งของตนกึ่งหนึ่งของเงินที่ขายทอดตลาดได้เป็นเงิน 203,175 บาท ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องรับเงินไปได้กึ่งหนึ่งจากเงินสุทธิ โดยถือว่าผู้ร้องแม้จะไม่ได้เป็นคู่ความ ก็ได้รับประโยชน์จากการขายทอดตลาดด้วย ผู้ร้องจะขอรับเงินไปโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการขายทอดตลาดด้วยไม่ได้ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น ให้คืนค่าธรรมเนียมที่หักส่วนของผู้ร้องไว้เป็นเงิน 10,158.75 บาท แก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ความว่า" ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีย่อมตกแก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คด " ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในคดีนี้ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรค 2ให้รวมถึงค่าธรรมเนียมในการ บังคับคดี ด้วย ย่อมตกอยู่แก่คู่ความเฉพาะฝ่ายที่แพ้คดี นายหล บุนนาค จำเลยสามีผู้ร้องเป็นคู่ความและเป็นฝ่ายที่แพ้คดี จึงต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมแต่ผู้เดียว ผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความที่แพ้คดีด้วย จึงไม่มีส่วนต้องรับผิดร่วมด้วยตามนัยฎีกาที่ 193/2502 ส่วนบทบัญญัติมาตรา 153(2), 318 และ 319 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่โจทก์ฎีกาขึ้นมานั้น เป็นบทบัญญัติกำหนดวิธีการจ่ายเงิน โดยให้หักค่าฤชาธรรมเนียมในการ บังคับคดี ออกจากเงินได้จากการขายทรัพย์เสียก่อน เหลือเงินสุทธิเท่าใดจึงจ่ายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หาใช่เป็นบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความดังโจทก์ฎีกาไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2517 กระทรวงการคลัง โดยนายเสริม วินิจฉัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โจทก์ นายหล บุนนาค จำเลย นางสวิง บุนนาค ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 153 , ม. 161 , ม. 287 , ม. 318 , ม. 319