ฎีกาที่ 1221/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 4
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 148 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 148 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 13 ให้ยกเลิกความในมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก...
ย่อสั้น
ผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวหาว่าโจทก์ ฉ้อโกง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 348 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้แล้วโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความจะใช้หนี้ให้แก่ผู้กล่าวหาร้องทุกข์ แต่แล้วโจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อผู้กล่าวหาร้องทุกข์ยังมิได้ถอนคำร้องทุกข์และยืนยันให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไป ทำให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเข้าใจว่าผู้กล่าวหาร้องทุกข์ยังมีสิทธิขอให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไปได้ จึงดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อมาเช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และจำเลยที่ 1เป็นพนักงานสอบสวน ได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือ จำเลยที่ 1 ใช้ตำแหน่งหน้าที่ปฏิบัติราชการโดยมิชอบและเจตนาทุจริต สมคบกับนางปีเซาะ ปานนพภา ผู้กล่าวหา รับแจ้งความร้องทุกข์อันเป็นเท็จว่า โจทก์ ฉ้อโกง ผู้กล่าวหาเป็นจำนวนเงิน 4,070 บาท แล้ววันเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จับกุมและควบคุมโจทก์อันเป็นการไม่ชอบ แล้วจำเลยที่ 1 ได้ใช้วาจาขู่เข็ญ บังคับขืนใจให้โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระหนี้เงิน 4,070 บาท หากโจทก์ปฏิเสธ จะไม่อนุญาตให้ประกัน โจทก์จำต้องยอมทำตาม แต่จำเลยที่ 1 โดยทุจริต ยังไม่ยอมเลิกคดี ได้ร่วมกับนางปีเซาะบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ต้องนำเงินมาชำระก่อน โจทก์เห็นว่าหนี้ดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมายจึงไม่ชำระ พนักงานสอบสวนจึงส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องโจทก์ แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 148, 157, 161, 162, 200, 309, 310
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 13 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 2(ก) เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ส่วนฎีกาข้อ 2(ข) ที่โจทก์ฎีกาว่า นางปีเซาะผู้กล่าวหาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ในข้อหาฐาน ฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความใช้หนี้ให้นางปีเซาะแล้ว แม้นางปีเซาะจะยังมิได้ถอนคำร้องทุกข์ คดีก็ต้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) การที่จำเลยที่ 1 ยังคงดำเนินคดีต่อมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ได้พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความจะใช้หนี้ให้นางปีเซาะผู้กล่าวหาตามเอกสารหมาย ล.1 นางปีเซาะยังมิได้ถอนคำร้องทุกข์แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย ล.1นางปีเซาะยืนยันให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไป จำเลยที่ 1 จึงดำเนินคดีแก่โจทก์ตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ความผิดฐาน ฉ้อโกง ที่นางปีเซาะกล่าวหาโจทก์เป็นความผิดอันยอมความกันได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 348 แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย ล.1 ทำให้จำเลยที่ 1 และนางปีเซาะเข้าใจว่าโจทก์เลิกสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย ล.1 นั้นเสียแล้ว เมื่อนางปีเซาะยังมิได้ถอนคำร้องทุกข์ และยืนยันให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไป ทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่านางปีเซาะยังมีสิทธิขอให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไปได้ จำเลยที่ 1 จึงดำเนินคดีแก่โจทก์ต่อไปตามกฎหมายการกระทำของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1221/2515 นางประนอม หรือน้อย หรือแป็ด เลาะเฮาะ โจทก์ ร้อยตำรวจโทประกอบ มิกานนท์ ที่ 1 จ่าสิบตำรวจณรงค์ ทองสมาน ที่ 2 จำเลย จ่าสิบตำรวจใหญ่ บ้านศาลเจ้า ที่ 3 จ่าสิบตำรวจประเสริฐ จันทร์รุ่ง ที่ 4 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 121 ป.อ. ม. 157 , ม. 310 , ม. 348