ฎีกาที่ 1890/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่เป็นสิทธิอย่างหนึ่งเมื่อโจทก์ใช้สิทธินั้นแล้ว หากผู้ใดเข้ามาคัดค้านขัดขวางทำให้การดำเนินการไปตามสิทธินั้นต้องหยุดชะงักลงย่อมอาจเป็นการทำ ละเมิด ต่อโจทก์ได้ ทั้งนี้ ย่อมแล้วแต่ว่าการคัดค้านขัดขวางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่โจทก์ใช้สิทธิขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดิน โจทก์ยังไม่มีสิทธิอะไรในที่ดินที่ขอประทานบัตร แม้จำเลยจะบุกรุกเข้ามาในที่ดิน โจทก์ก็ยังไม่มีเหตุอะไรที่ได้รับการโต้แย้งจากจำเลยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับตัวที่ดินนั้นโดยตรง โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินนั้น อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 หมายถึงการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูล ละเมิด เท่านั้น ส่วนการฟ้องขอให้ห้ามขัดขวางการขอประทานบัตร เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำ ละเมิด ที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหายจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความตามมาตราดังกล่าว ฟ้องของโจทก์มีคำขอบังคับอยู่ 2 คำขอ ศาลล่างสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องทั้งหมด เมื่อศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยเพียงคำขอเดียวส่วนอีกคำขอหนึ่งเห็นว่าต้องทำการพิจารณาต่อไป ย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างเพียงบางส่วน ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ต่อไปในประเด็นข้อนั้น แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความส่วนคำขอตามฟ้องนอกจากนั้นคงเป็นอันให้ยกฟ้องดังที่ศาลล่างพิพากษามาแล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงกับบริษัทสุวรรณเทรดดิ้ง จำกัดผู้รับประทานบัตรซึ่งสิ้นอายุ ขอดำเนินการต่อ แล้วโจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดินต่อทรัพยากรธรณีฯ ทรัพยากรธรณีฯ ไต่สวนแล้วทำรายงานว่า เขตที่ดินที่ขอประทานบัตรมิได้ทับที่ของราษฎรและเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ได้ออกประกาศเรื่องราว จำเลยกลับร้องคัดค้านว่าติดที่ดินจำเลย 10 ไร่เศษ เป็นเหตุให้ทรัพยากรธรณีฯ งดดำเนินเรื่องราวของโจทก์ ทั้งนี้เนื่องจากหลังจากเจ้าพนักงานไปรังวัดปักท่อเหล็กและทำรายงานการไต่สวนแล้ว จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินนั้นราว 10 ไร่เศษแล้วปลูกมะพร้าวเพื่อหาเหตุมาร้องคัดค้านเพื่อจะเรียกเอาประโยชน์ตอบแทนจากโจทก์โดยมิชอบ ขอให้พิพากษาให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์ และขับไล่จำเลย ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาทและคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เพียงแต่เป็นผู้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกในที่พิพาท ทางราชการยังไม่ได้อนุมัติ โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาทมาก่อน ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะห้ามปรามจำเลยมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดิน จะอาศัยสิทธิของบริษัทสุวรรณฯ ก็ไม่ได้ เพราะสิทธินั้นขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่นั้นเป็นสิทธิอย่างหนึ่งของโจทก์ เมื่อโจทก์ใช้สิทธิดังนั้นแล้ว หากผู้ใดเข้ามาคัดค้านขัดขวางทำให้การดำเนินไปตามสิทธินั้น ๆ ต้องหยุดชะงักลงแล้วนี้ ย่อมอาจเป็นการ ละเมิด ต่อโจทก์ได้อย่างหนึ่ง ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติไว้ ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ว่าการคัดค้านขัดขวางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ชอบก็เป็น ละเมิด แต่ตามข้อหาที่โจทก์หาว่าจำเลยทำโดยมิชอบ ดังนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้ทำการพิจารณาไปแต่ประการใด ซึ่งถ้าหากในที่สุดฟังได้ว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านโดยมิชอบจนทำให้การดำเนินการให้ประทานบัตรแก่โจทก์ต้องหยุดชะงักลง โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องขอให้ห้ามหรือให้จำเลยถอนคำคัดค้านนั้นเสียได้ แต่สิทธิของโจทก์เท่าที่กล่าวไว้ในคำฟ้องนั้น แสดงว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิอะไรไปถึงตัวที่ดินที่ขอประทานบัตรไว้ นับว่าโจทก์ยังไม่มีเหตุอะไรที่ได้รับการโต้แย้งจากจำเลยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับตัวที่ดินนั้นโดยตรง โจทก์จึงยังไม่ชอบที่จะฟ้องจำเลยในเหตุส่วนนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านไว้ในคำให้การว่า โจทก์ฟ้องคดี ละเมิด เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี คดีได้ขาดอายุความฟ้องร้องไปแล้วนั้น เห็นว่าอายุความตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษสำหรับในเรื่อง ละเมิด นี้ หมายถึงการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูล ละเมิด เท่านั้น ส่วนในเรื่องนี้เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำ ละเมิด ที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหาย คดีจึงยังไม่ขาดอายุความตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวตัดฟ้องไว้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ในประเด็นที่หาว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์โดยไม่ชอบนั้นต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ส่วนเรื่องขอให้ขับไล่จำเลย คงเป็นอันให้ยกฟ้องดังศาลล่างพิพากษามาแล้ว ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1890/2514 นายจรูญ โกยสมบูรณ์ โจทก์ นายโบสถ์ หนูเชต จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 448 , ม. 1374 , ม. 1375 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 242 , ม. 243 , ม. 247 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510