ฎีกาที่ 1721/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายซึ่งเกิดเป็นผลโดยตรงและใกล้ชิดจากการกระทำ ละเมิด ของจำเลย เช่น ต้องจ้างคนใช้เลี้ยงบุตรโจทก์ 3 คน ซึ่งมีอายุ 3,4,5 ขวบตามลำดับ ย่อมเป็นเหตุให้โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ เพราะตัวโจทก์เองไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรได้ด้วยตนเองเหมือนปกติ
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากมูล ละเมิด จำนวน 70,800 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 3 ให้การต่อสู้คดี ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ได้ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย 67,000 บาท และ ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ชั้นฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เนื่องจากการกระทำ ละเมิด ของจำเลยเมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายซึ่งเกิดเป็นผลโดยตรงและใกล้ชิดจากการทำผิดของจำเลย เช่น โจทก์ต้องจ้างคนใช้เลี้ยงบุตรโจทก์ 3 คน ซึ่งมีอายุ 3, 4, 5 ขวบตามลำดับ เช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุให้โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ เพราะโจทก์เองไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูบุตรได้ด้วยตนเองเหมือนปกติ นอกจากนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง ยังคลาดเคลื่อนอยู่ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เฉพาะเรื่องดอกเบี้ย โดยให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของยอดเงิน 67,200 บาท นับแต่วันศาลชั้นต้นพิพากษาเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2513 นางสิติ อะยะสะ หรือนางซีติ ฮาซายะ เอส.เอ โจทก์ นายหมุด สุดจิต ที่ 1 บริษัทสยามกลการ จำกัด หรือบริษัทกลการ จำกัด ที่ 2 จำเลย บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด ที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 438