ฎีกาที่ 1264/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับข้าวเปลือกไว้จากผู้อื่นโดยรู้ว่าเป็นของร้ายอันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง นั้น ถือว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องครบองค์ความผิดฐานรับของโจรชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม ข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยใช้ผู้อื่นไปลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง นั้นถือว่าจำเลยเป็นตัวการด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ดังนั้น เมื่อจำเลยรับทรัพย์นั้นจากผู้ที่จำเลยใช้ ถือว่าเป็นการรับทรัพย์ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง ที่จำเลยเป็นผู้ใช้นั้นเอง จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า นายเม่านายผัดหลอกลวงภริยาโจทก์ ว่าโจทก์ให้มาขนข้าวเปลือกภริยาโจทก์ไม่ยินยอม แต่คนทั้งสองก็ยังขนไป ต่อมาจำเลยรับข้าวเปลือกนั้นไว้จากนายเม่านายผัดโดยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่าจำเลยรับข้าวเปลือกไว้จากนายเม่านายผัดโดยรู้ว่าเป็นของร้ายอันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าครบองค์ความผิดฐานรับของโจร ชอบด้วยมาตรา 158 (5) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้นายเม่านายผัดไปลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง ข้าวเปลือกของโจทก์ก็ตาม จำเลยก็หามีความผิดฐานรับของโจรไม่เพราะการที่จำเลยใช้เขาไปกระทำผิดนั้น ประมวลกหมายอาญามาตรา 83 ถือว่าเป็นตัวการร่วมกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง แล้ว การที่จำเลยรับเอาข้าวเปลือกจากคนทั้งสองไว้นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพย์หรือ ฉ้อโกง ที่ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดนั้นเองจำเลยจึงหามีความผิดฐานรับของโจรอีกไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2513 นายจันทา บุญจริง โจทก์ สิบตำรวจเอกทองพูน พรหมาดวง จำเลย ป.อ. ม. 83 , ม. 334 , ม. 335 , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 158 (5)