ฎีกาที่ 1726/2513
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยผู้เป็นสามีจดทะเบียนหย่ากัน แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่าแต่ในหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่ากันอันเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการสำหรับให้คู่กรณีกรอกข้อความนั้นระบุไว้ว่า 'ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว'และได้ความว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายได้ที่ดินพิพาท ดังนี้ ย่อมถือว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วนับแต่วันจดทะเบียนหย่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยไม่มีอำนาจนำยึดที่พิพาทได้อีก
ย่อยาว
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลย แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 ยอมใช้เงินให้โจทก์ 200,000 บาทแล้วไม่ใช้ โจทก์จึงขอ บังคับคดี เจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดที่ 6593 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึด ขอให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2497 ชีวิตสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ไม่ค่อยราบรื่นถึงกับจะหย่ากันมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาก็มีเรื่องอีก จึงได้ทำหนังสือหย่ากันตามเอกสาร ร.2 และต่อมาได้จดทะเบียนการหย่าเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2510 ตามเอกสาร ร.3 การจดทะเบียนหย่านี้ไม่ใช่การแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันเพื่อจะป้องกันมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากสินสมรส และปรากฏตามหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่าขาดจากกันเอกสาร ร.4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการที่ให้คู่กรณีกรอกข้อความ ระบุไว้ด้วยว่า "ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว" ฟังได้ว่าได้มีการแบ่งทรัพย์สินกันแล้ว โดยผู้ร้องได้ที่ดินรายพิพาท จำเลยที่ 2 ได้รถยนต์ ฉะนั้น นับแต่จดทะเบียนการหย่าเป็นต้นไป ต้องถือว่าทรัพย์สินระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้ร้องได้แยกจากกันเสียแล้ว แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่า แต่ก็มีข้อความในเอกสาร ร.4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการซึ่งย่อมแปลได้ว่าผู้ร้องและจำเลยที่ 2 มีเจตนาที่จะให้การตกลงนี้เป็นผลของการหย่า ซึ่งได้มีการจดทะเบียนในวันที่ปรากฏในเอกสาร ร.4 นั่นเอง ถือได้ว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 902/2508 และเมื่อได้จดทะเบียนการหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจจะนำยึดที่ดินโฉนดที่ 6593 พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างอันตกเป็นของผู้ร้องเสียแล้ว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 841/2509 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2513 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ บริษัทแอลโก จำกัด ที่ 1 นายประสาสน์ โกมลภิส ที่ 2 จำเลย นางสาวสุรีย์ ไชยสงวนธรรม ที่ 3 จำเลย นางสุภา โกมลภิส ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 288 ป.พ.พ. ม. 1512 (ก)