ฎีกาที่ 1366/2510
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของโจทก์และจำเลยรวมกันคนละครึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิจะใช้ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นที่อยู่ในฐานะเจ้าของรวมคนหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคแรกจำเลยไม่มีสิทธิขับไล่โจทก์ ฉะนั้น แม้โจทก์จะไม่ออกไปจากที่ดินและเรือนพิพาท เมื่อจำเลยบอกกล่าวให้ออกไป จึงไม่เป็น ละเมิด ต่อจำเลย จำเลยฟ้องแย้งว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยขอให้โจทก์ออกไปเพื่อจะให้ผู้อื่นเช่า แต่โจทก์ไม่ยอมออก ทำให้จำเลยเสียหายขาดค่าเช่าที่ควรจะได้ ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยไม่มีประเด็นจะวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์แบ่งดอกผลของที่ดินและเรือนพิพาทที่โจทก์ได้มาให้แก่จำเลยตามส่วนที่จำเลยมีอยู่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกที่ดินและเรือนพิพาทกับทรัพย์สินอื่น จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยตามพินัยกรรมส่วนทรัพย์สินอื่นก็เป็นของจำเลยตามที่เจ้ามรดกระบุไว้ฟ้องแย้งให้โจทก์ออกจากที่ดินและเรือนพิพาท พร้อมกับใช้ค่าเสียหาย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 1 กับเจ้ามรดกคนละครึ่ง โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกของเจ้ามรดก จำเลยไม่มีสิทธิขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ที่ 1 กับเจ้ามรดกคนละครึ่ง ให้หักค่าใช้จ่ายสินสมรสจากราคาสินเดิมส่วนเจ้ามรดกแล้วให้ได้แก่จำเลยตามพินัยกรรม ส่วนทรัพย์สินอื่นเป็นของจำเลยตามที่เจ้ามรดกระบุ จำเลยไม่มีสิทธิขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินและเรือนพิพาท แต่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้เดือนละ 1,000 บาทพิพากษาให้แบ่งที่ดินและเรือนพิพาทให้โจทก์ที่ 1 ได้ 1 ส่วน ให้จำเลยได้ 1 ส่วน ให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 10,000 บาท ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาด ให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลยเดือนละ 1,000 บาท โจทก์ที่ 1 และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะข้อที่โจทก์ที่ 1 ใช้เงินจำเลยเป็นเดือนละ 500 บาท โจทก์ที่ 1 ฎีกาว่า ไม่ควรต้องใช้เงินให้จำเลยตามฟ้องแย้ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 1 กับจำเลยรวมกัน โดยต่างมีส่วนเป็นเจ้าของคนละครึ่ง โจทก์ที่ 1 ก็มีสิทธิจะใช้ทรัพย์พิพาทเป็นที่อยู่ในฐานะเจ้าของรวมคนหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคแรก จำเลยไม่มีสิทธิขับไล่ การที่โจทก์ไม่ออกไปจากทรัพย์พิพาทเมื่อจำเลยบอกกล่าวให้ออกไป จึงไม่เป็น ละเมิด ต่อจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ฟ้องแย้งของจำเลยไม่มีประเด็นจะวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคสองเพราะไม่ใช่เรื่องจำเลยเรียกร้องให้แบ่งดอกผลของทรัพย์พิพาทที่โจทก์ได้มาให้แก่จำเลยตามส่วนที่จำเลยมีอยู่ในทรัพย์พิพาท โจทก์ที่ 1 ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยตามฟ้องแย้ง พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2510 นางอรทิพย์ สรณียะภัทร์ (หม้าย) ในฐานะส่วนตัว ที่ 1 และในฐานะ โจทก์ ผู้แทนโดยชอบธรรม เด็กหญิงอัจฉรพรรณ สรณียะภัทร์ ที่ 2 โจทก์ เด็กหญิงฉันทมดี สรณียะภัทร์ ที่ 3 โจทก์ นางสาวอมรา สรณียะภัทร์ ที่ 1 เด็กชายเดชา สรณียะภัทร์ ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1360 ป.วิ.พ. ม. 142 , ม. 172 , ม. 177 , ม. 183