ฎีกาที่ 1488/2509
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 43
พ.ศ. 2484 · ตรงจากแหล่ง
เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดังนี้ (1) บำรุงรักษาจัดการวัด และสมบัติของวัดให้เป็นไปโดยระเบียบเรียบร้อย ตามสังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบ (2) ปกครองและสอดส่องให้บรร...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 มาตรา 49
พ.ศ. 2484 · ตรงจากแหล่ง
สาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปตามระเบียบซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะได้ตราไว้ด้วยความเห็นชอบของคณะสังฆมนตรี
ย่อสั้น
คำว่า"พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง" ในมาตรา 26 แห่งสังฆาณัติระเบียบพระคณาธิการ พ.ศ. 2486 ย่อมหมายความรวมถึงพระภิกษุในวัดอื่นด้วย ระเบียบว่าด้วยการจัดการศาสนสมบัติของวัดตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 จะต้องเป็นระเบียบตามมาตรา 49 ระเบียบเกี่ยวกับการที่วัดต่าง ๆ จะถอนการจัดการดังกล่าวนอกจากไม่ใช่ระเบียบซึ่งมีมาแต่เดิม และยังไม่ใช่ระเบียบที่ได้ตราขึ้นตามมาตรา 49 ดังนี้ การที่วัดโจทก์ถอนกรมการศาสนาจากการเป็นตัวแทนโดยไม่ขออนุมัติคณะสังฆมนตรี ก็เป็นการเพิกถอนที่ใช้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าพระเทพคุณาธารเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่งตั้งนายอำนวยไวยาวัจกรเป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีนี้ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวเลขที่ 30 เดิมโจทก์มอบให้กรมการศาสนาเป็นตัวแทนจัดการทำสัญญาเช่าเก็บผลประโยชน์และนางสาวเพชรเป็นผู้เช่า ค่าเช่าเดือนละ 13.60 บาท ต่อมาโจทก์เพิกถอนการแต่งตั้งกรมการศาสนาเป็นตัวแทน แล้วจัดการเก็บผลประโยชน์เอง แจ้งให้ผู้เช่าติดต่อกับโจทก์ นางสาวเพชรไม่ยอมติดต่อ จึงถือว่านางสาวเพชรอยู่อาศัยในตึกแถวของโจทก์โดย ละเมิด นางสาวเพชรถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นบริวารอยู่อาศัยตลอดมาโดย ละเมิด ขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวาร และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า การปกครองคณะสงฆ์และการจัดการศาสนสมบัติเป็นอำนาจของคณะสังฆมนตรีจะดำเนินตามกฎหมาย วัดพลับพลาไชยไม่ได้ดำเนินตามระเบียบว่าด้วยการจัดการศาสนสมบัติของวัดหรือฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับศาสนสมบัติของวัดได้แต่ให้กรมการศาสนาเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการมิใช่วัดเป็นผู้มอบอำนาจให้กรมการศาสนาเป็นตัวแทน วัดไม่มีอำนาจเพิกถอนอำนาจจัดการของกรมการศาสนา ไม่มีอำนาจจัดการศาสนาสมบัติของวัด พระเทพคุณาธารไม่ใช่เจ้าอาวาสโดยชอบ ไม่มีอำนาจจัดการให้เช่าหรือเก็บผลประโยชน์ค่าเช่าตึกแถว ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า พระเทพคุณาธาร เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสโดยชอบ มีอำนาจมอบให้นายอำนวย เหลือสินทรัพย์ เป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ วัดโจทก์มีอำนาจเพิกถอนอำนาจกรมการศาสนาในการจัดการผลประโยชน์แทนวัดได้ นางสาวเพชรรับแจ้งให้ทราบถึงการเพิกถอนอำนาจแล้วไม่ยอมทำสัญญาเช่ากับโจทก์ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อกฎหมายในปัญหาว่า (1) พระเทพคุณาธารเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโจทก์โดยชอบหรือไม่ (2) โจทก์มีอำนาจเพิกถอนการจัดการผลประโยชน์ของวัดโจทก์จากกรมการศาสนาหรือไม่ (3) หนังสือกรมการศาสนาที่ 660/2495 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2495 และหนังสือที่เกี่ยวข้องจะเป็นระเบียบการดูแลรักษาจัดการศาสนสมบัติของวัดซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ตราไว้ด้วยความเห็นชอบของสังฆมนตรีตามความในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 หรือไม่ ตามฎีกาข้อ (1) ข้อเท็จจริงได้ความว่า พระเทพคุณาธารเป็นเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์และเป็นเจ้าคณะอำเภอป้อมปราบ วัดพลับพลาไชยโจทก์อยู่ในเขตอำเภอป้อมปราบ เดิมมีพระภิกษุหลายรูปเป็นคณะกรรมการรักษาการในหน้าที่เจ้าอาวาสซึ่งมรณภาพไปแล้ว ต่อมาเจ้าคณะจังหวัดได้มีหนังสือถึงพระเทพคุณาธารซึ่งมีสมณศักดิ์เป็นพระศีลขันธโศภิตในฐานะเจ้าคณะอำเภอ ว่าการให้พระภิกษุร่วมเป็นคณะกรรมการรักษาการในหน้าที่เจ้าอาวาส เป็นการขัดต่อมาตรา 26 แห่งสังฆาณัติระเบียบพระคณาธิการ พ.ศ. 2486 ให้รีบดำเนินการใหม่ให้ถูกต้อง พระเทพคุณาธารจึงนัดประชุมพระภิกษุสามเณร ณ วัดพลับพลาไชยแจ้งคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดพระนครให้ทราบ สั่งยุบคณะกรรมการรักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพลับพลาไชยและดำเนินการเลือกผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาส พระเทพคุณาธารรับเป็นผู้รักษาการตามที่ที่ประชุมขอร้อง ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง" ในมาตรา 26 แห่งสังฆาณัติระเบียบพระคณาธิการ พ.ศ. 2486 หมายความรวมถึงพระภิกษุในวัดอื่นด้วย เพราะสังฆาณัติมิได้กำหนดเงื่อนไขหรือระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าต้องเป็นพระภิกษุในวัดที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลงเท่านั้น นอกจากนี้มาตรา 23 ก็บัญญัติว่า ถ้าตำแหน่งเจ้าคณะตำบลว่างลง ให้ปฏิบัติตามมาตรา 15 แห่งสังฆาณัติระเบียบการคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2485 คือ ให้เจ้าคณะอำเภอรักษาการแทน การที่พระเทพคุณาธารรับเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพลับพลาไชยเอง จึงเท่ากับได้ใช้อำนาจสั่งการแทนเจ้าคณะตำบลอยู่ในตัวแล้ว พระเทพคุณาธารจึงเป็นผู้รักษาการในหน้าที่เจ้าอาวาสวัดพลับพลาไชยโดยชอบด้วยสังฆาณัติแล้ว สำหรับฎีกาข้อ 2,3 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมกรมการศาสนาเป็นตัวแทนวัดพลับพลาไชยโจทก์ในการจัดประโยชน์ของวัด ต่อมาโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2499 เพิกถอนการแต่งตั้ง ปัญหาที่จะต้องพิจารณามีเฉพาะที่จำเลยอ้างว่าระเบียบเกี่ยวกับการที่วัดต่าง ๆ จะขอถอนการจัดการประโยชน์นี้ได้มีมานานแล้ว ยังไม่ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 จนกว่าจะมีระเบียบที่ตราขึ้นตามความในมาตรา 49 การถอนอำนาจกรมการศาสนาตามหนังสือของวัดโจทก์ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2499 โดยไม่ได้ขอนุมัติคณะสังฆมนตรีตามระเบียบดังกล่าว เป็นการไม่ชอบนั้นถูกต้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ระเบียบเกี่ยวกับการที่วัดต่าง ๆ จะขอถอนการจัดประโยชน์ที่จำเลยอ้างนี้ มิได้อ้างอิงว่าออกโดยอาศัยอำนาจตามบทกฎหมายใด ใครเป็นผู้ตราขึ้น และตราขึ้นเมื่อใดก็ไม่ปรากฏแต่กลับจะเห็นได้จากความในข้อ(8)ว่า ระเบียบนี้มีขึ้นเมื่อใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 แล้ว เพราะข้อ(8)กำหนดว่า "การขออนุมัติจัดประโยชน์ของวัด ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบของเจ้าคณะตามลำดับจนถึงคณะสังฆมนตรี" และคณะสังฆมนตรีเป็นสถาบันที่เพิ่งมีขึ้นตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2494 นี้เอง ข้อที่จำเลยอ้างว่าระเบียบนี้มีมานานหรือนัยหนึ่งมีมาก่อนใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 จึงฟังไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 ตัวการย่อมจะถอนตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ เฉพาะพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 ก็มีบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการศาสนสมบัติอยู่ตามมาตรา 43 และ 49 มาตรา 43 บัญญัติว่า "เจ้าอาวาสมีหน้าที่ดังนี้ (1) บำรุงรักษาจัดการวัดและสมบัติของวัดให้เป็นไปโดยระเบียบเรียบร้อยตามสังฆาณัติ กติกาสงฆ์ กฎองค์การ กฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบ ฯลฯ " มาตรา 49 บัญญัติว่า "ศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามระเบียบซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะได้ตราไว้ด้วยความเห็นชอบของคณะสังฆมนตรี" เห็นได้ว่าระเบียบว่าด้วยการจัดการศาสนสมบัติของวัดตามมาตรา 43 นั้น จะต้องเป็นระเบียบตามมาตรา 49 ระเบียบเกี่ยวกับการที่วัดต่าง ๆ จะขอถอนการจัดประโยชน์ดังกล่าวนอกจากไม่ใช่ระเบียบซึ่งมีมาแต่เดิมแล้ว ยังเห็นได้ตามข้อสังเกตข้างต้น และตามที่จำเลยว่า "ยังไม่ถูกยกเลิก ฯลฯ จนกว่าจะมีระเบียบที่ได้ตราขึ้นตามมาตรา 49 " นั้นว่า ไม่ใช่ระเบียบที่ได้ตราขึ้นตามมาตรา 49 ฉะนั้น การที่วัดโจทก์ถอนกรมการศาสนาจากการเป็นตัวแทน ตามหนังสือลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2499 โดยไม่ขออนุมัติคณะสังฆมนตรี ก็เป็นเพิกถอนที่ใช้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2509 วัดพลับพลาไชย โดยนายอำนวย เหลือสินทรัพย์ ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสงวน เตมียสุวรรณ จำเลย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม. 43 , ม. 49 สังฆาณัติระเบียบพระคณาธิการ พ.ศ.2486 ม. 26 ป.พ.พ. ม. 827