ฎีกาที่ 1779-1780/2509
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเอาที่ดินมาวางเป็นหลักประกันทุเลาการ บังคับคดี ในระหว่างพิจารณาคดี จำเลยตายไปเกินกว่า 1 ปี ไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี คดีเฉพาะตัวจำเลยจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นย่อมใช้บังคับแก่การประกันนั้นได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 และอายุความเจ้าหนี้ของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 จะนำมาใช้แก่กรณีนี้ไม่ได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรคสองให้อำนาจผู้รับจำนองที่จะยื่นคำร้องต่อศาลก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด แต่ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดดังกล่าวก็หาทำให้ผู้รับจำนองหมดสิทธิไปไม่ ดังนั้นการ บังคับคดี แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่กระทบถึงบุริมสิทธิของผู้รับจำนองซึ่งอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินที่จำนองได้ ดังประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287
ย่อยาว
คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2, 3 และ 4ชำระแทนตามส่วน จำเลยอุทธรณ์และฎีกาขึ้นมาตามลำดับ ในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 3 ตาย ศาลฎีกาพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 ตายมาเกิน 1 ปีแล้วไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทน ให้จำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3และยกฎีกาจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ในชั้น บังคับคดี สาขาคดีที่ 1 โจทก์นำยึดที่ดินของจำเลยที่ 3ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ดังกล่าวไม่เป็นของจำเลยที่ 3 แล้ว เพราะได้แบ่งปันให้แก่ทายาทแล้วและโจทก์ไม่ได้เรียกเอาผู้จัดการมรดกเข้ามาในคดี ไม่จัดการอย่างใดตามกฎหมายจึงขาดอายุความ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ 3 ได้เอาทรัพย์ดังกล่าวมาวางเป็นหลักประกันทุเลาการ บังคับคดี ชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นเรื่องระหว่างศาลกับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน จะนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มาใช้บังคับไม่ได้ และผู้ร้องยังไม่ได้แบ่งทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ทายาท ขอให้ยกคำร้อง สาขาคดีที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินผู้ร้องไปและจำเลยที่ 2 ได้เอาที่ดินมาจำนองแก่ผู้ร้องไว้เป็นประกันเงินกู้ ที่ดินดังกล่าวศาลได้ยึดมาประกาศขายทอดตลาดอย่างปลอดจำนอง จึงขอให้หักเงินชำระหนี้จำนองให้ผู้ร้อง จำเลยที่ 2 คัดค้านว่าผู้ร้องยื่นคำร้องพ้น 14 วันนับจากวันขายทอดตลาด ผู้ร้องมิได้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์และเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ดีกว่าโจทก์ ขอให้ยกคำร้อง คดีนายเติมร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทายาทย่อมรับไปทั้งความรับผิดในสัญญาค้ำประกันที่เอาที่ดินนั้นมาวางเป็นหลักประกัน คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ให้ยกคำร้อง คดีสหกรณ์หัวฝายไม่จำกัดสินใช้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอหักเงินค่าขายทอดตลาดเมื่อพ้น 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาด จึงหมดสิทธิที่จะขอหักเอาเงินชำระหนี้จำนองของผู้ร้องก่อนโจทก์ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนายเติมผู้ร้อง ผู้ตายเป็นผู้ค้ำประกันต่อศาลเป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้ตาย กรณีเช่นนี้ย่อมมีผลใช้บังคับแก่การประกัน โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ อายุความฟ้องร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 จะนำมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ ทายาทของผู้รับมรดกย่อมรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตาย เว้นแต่ตามกฎหมายหรือตามสภาพเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ พิพากษายืนในผล ส่วนคดีสหกรณ์หัวฝ่ายไม่จำกัดสินใช้เห็นว่าก่อนทำการขายทอดตลาด ผู้ร้องได้มาตกลงให้ขายอย่างปลอดจำนอง ศาลอนุญาตตามที่ตกลง ถือว่าผู้ร้องได้ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดแล้ว พิพากษากลับให้สหกรณ์หัวฝายไม่จำกัดสินใช้ได้รับชำระหนี้เงินจำนองก่อน ตามขอ นายเติมและจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 3 เอาที่ดินมาวางเป็นหลักประกันทุเลาการ บังคับคดี ในระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยที่ 3 ตายไปเกินกว่า 1 ปี ไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3 จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาหรือคำสั่งเช่นว่านั้นย่อมใช้บังคับแก่การประกันนั้นได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 และอายุความเจ้าหนี้มรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 นั้น จะนำมาใช้ในกรณีนี้ไม่ได้ คดีสหกรณ์หัวฝายไม่จำกัดสินใช้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 วรรค 2 เป็นแต่ให้อำนาจผู้รับจำนองที่จะยื่นคำร้องต่อศาลก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดแต่ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนด ก็หาทำให้ผู้รับจำนองหมดสิทธิไปไม่โดยการ บังคับคดี แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิ์ของผู้รับจำนอง ซึ่งอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินรายพิพาทได้ ดังประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 เมื่อขายทอดตลาดที่พิพาทแล้ว จึงต้องชำระหนี้จำนองให้แก่ผู้ร้องก่อน พิพากษายืน ยกฎีกานายเติมผู้ร้องขัดทรัพย์ และจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779 - 1780/2509 สหกรณ์ขายข้าวและพืชผลสันทรายจำกัดสินใช้ โจทก์ นายอ้าย เกษร ที่ 1 นางแก้วลูน นวลดี ที่ 2 นายมี เกษร ที่ 3 นางคำแปง เกษร ที่ 4 จำเลย นายเติม เกษร ผู้ร้องขัดทรัพย์ สหกรณ์ขายข้าวและพืชผลสันทรายจำกัดสินใช้ โจทก์ นายอ้าย เกษร ที่ 1 นางแก้วลูน นวลดี ที่ 2 นายมี เกษร ที่ 3 นางคำแปง เกษร ที่ 4 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1754 ป.วิ.พ. ม. 42 , ม. 43 , ม. 274 , ม. 287 , ม. 289 วรรคสอง