ฎีกาที่ 650/2507
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ย.ขับรถยนต์ขนรถสามล้อซึ่ง น.ขับ รถสามล้อเสียหายและ น.บาดเจ็บ อัยการและ น.ได้เป็นโจทก์ฟ้อง ย.เป็นคดีอาญา คดีนั้นศาลชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า น.เป็นฝ่าย ประมาท ย.ไม่มีความผิดฐาน ประมาท ต่อมาเจ้าของรถสามล้อมาเป็นโจทก์ฟ้อง ย.กับนายจ้างเป็นคดีแพ่งเรียกร้องค่ารถสามล้อที่เสียหายกับค่าขาดประโยชน์ ดังนี้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาอาญานั้นย่อมไม่ผูกพันโจทก์ในคดีแพ่ง (อ้างฎีกาที่ 36/2501)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้เช่ารถจักรยานสามล้อเครื่อง จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างรับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 ซึ่งนำรถยนต์เข้าร่วมเดินรถกับบริษัทจำเลยที่ 3 รับส่งคนโดยสารในนามของบริษัทจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถในกิจการของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วยความ ประมาท เป็นเหตุให้ชนรถจักรยานสามล้อเครื่องของโจทก์ซึ่งนายหนูหรือหิ้ว ขาวละออ เช่าไปเสียหายพังยับเยิน นายหนูหรือหิ้วได้รับบาดเจ็บ กับได้ชนรถคันอื่นเสียหาย และบุคคลอื่นบาดเจ็บอีกหลายคนพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญา ศาลพิพากษาปรับจำเลยคดีถึงที่สุดแล้วตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ 420/2505 โจทก์เสียหายค่ารถและค่าขาดประโยชน์ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธความรับผิด และขอให้ถือเอาคำพิพากษาคดีอาญาแดงที่ 420/2505 นั้น เป็นคำให้การของจำเลยด้วย ศาลชั้นต้นเห็นว่า ในประเด็นที่ว่า จำเลยที่ 1 ทำละเมิดชนรถของโจทก์โดย ประมาท เลินเล่อหรือไม่นั้น เป็นที่รับกันแล้วว่าอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคดีอาญาแดงที่ 420/2505 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดตราดโจทก์ นายหนูหรือหิ้ว ขาวละออ โจทก์ร่วมนายเยื่อ สังข์ทอง จำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้น ข้อเท็จจริงในคดีอาญาย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 และบรรดาคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จึงสั่งงดดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า แม้คดีนี้โจทก์กับจำเลยบางคนมิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าวนั้น ก็จำต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาที่ศาลฟังว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐาน ประมาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 จึงควรพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติมาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวคือ (ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา) จะผูกพันคู่ความเท่านั้น ตามฎีกาที่ 36/2501 โจทก์เป็นบุคคลภายนอก มิได้เป็นคู่ความหรือผู้สืบสิทธิจากคู่ความในคดีอาญาแดงที่ 420/2505 นั้น ข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยที่ 1 มิได้มีความผิดฐาน ประมาท ย่อมไม่มีผลผูกพันโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2507 นายฟา เณรพงษ์ โจทก์ นายเยื่อ สังข์ทอง ที่ 1 บริษัทร.ส.พ จำเลย เดินรถตะวันออก จำกัด โดยนายชาญ เวสารัชชานนท์ จำเลย กรรมการผู้จัดการ ที่ 2 บริษัทขนส่ง จำกัด โดยนายมงคล จำเลย เอมอมร กรรมการผู้จัดการ ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 46 ป.วิ.พ. ม. 145 ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 425