ฎีกาที่ 1408/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ประกอบธุระกิจเดินรถโดยสารรับรถของผู้อื่นเข้ามาเดินในทาง โดยได้รับแบ่งผลประโยชน์ รถที่เดินมีชื่อของตน รวมทั้งจัดบริการและขายตั๋วให้ด้วยนั้น ถือว่าเป็นรถอยู่ในความควบคุมและรับส่งคนโดยสารในปกติธุระของผู้นั้นโดยตรงตามกฎหมายลักษณะรับขน ฉะนั้น เมื่อคนขับรถ ประมาท ทำให้ผู้โดยสารตาย ตนจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายด้วย
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่านายสุวัฒน์ พูลลาภ สามีและบิดาโจทก์ได้โดยสารรถยนต์ของบริษัทจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับและได้ขับโดย ประมาท เป็นเหตุให้รถคว่ำทำให้นายสุวัฒน์ตาย จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายสำหรับการตายของนายสุวัฒน์ เป็นเงิน 50,000 บาท จำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 36,650 บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2, 3, 4 และ 5 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ชัดเจนและเข้าใจได้ว่าโจทก์ขอให้จำเลยทั้ง 5 ร่วมรับผิดในการตายของนายสุวัฒน์ อันเกิดจากการ ประมาท ของจำเลยที่ 1 ผู้ขับรถรับส่งคนโดยสารซึ่งนายส่างนำเข้ามาเดินแบ่งประโยชน์กับจำเลยที่ 2 ในบริการเดินรถของจำเลยที่ 2 คำฟ้องมีความหมายเป็นข้อสำคัญว่า จำเลยทั้ง 5 ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้ ทั้งนี้เพราะคำบรรยายตอนต้นชัดเจนเข้าใจเรื่องดีแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องระบุชัดเจนให้จำเลยต้องรับผิดฐานใด แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า บริษัทจำเลยที่ 2 ประกอบธุระกิจเดินรถโดยสาร รับรถผู้อื่นเข้าเดินในทางบริษัทโดยรับแบ่งผลประโยชน์ รถที่เดินเขียนชื่อบริษัทข้างรถ 2 ข้างสถานีจอดรถเป็นของบริษัทและขายตั๋วในนามบริษัท ฉะนั้น บริษัทจำเลยจึงเป็นบริษัทที่กระทำกิจการรับขนคนโดยสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 608 ซึ่งต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดแต่ผู้โดยสาร เว้นแต่จะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือเป็นความผิดของผู้โดยสารเองตามมาตรา 634 รถยนต์คันเกิดเหตุ แม้จะเป็นรถของนายส่าง แต่เมื่อบริษัทรับเอาเข้าเดินในนามบริษัทตลอดจนบริษัทจัดการขายตั๋ว เช่นนี้ จึงถือได้ว่าเป็นรถอยู่ในความควบคุมของบริษัทและรับส่งคนโดยสารในปกติธุรกิจของบริษัทโดยตรง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนขับประจำรถ ได้ขับโดย ประมาท ทำให้คนโดยสารตาย จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 2 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามจำนวนในคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2505 นางวรรณดา พูลลาภ นายสุวิช นายวิชิต เด็กหญิงวรางคณา พูลลาภ โจทก์ นายเมือง บุญชะโด กับพวกรวม 5 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 608 , ม. 634 ป.วิ.พ. ม. 172