ฎีกาที่ 1972/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061 จะตกลงกันให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันเป็นผู้ชำระบัญชีก็ได้ หรือจะตกลงกันให้แต่งตั้งบุคคลใดอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีก็ได้ ในการตกลงกันแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วน ในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าว ก็ชอบที่จะต้องนำคดีมาสู่ศาลขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไป อันเป็นการใช้สิทธิทางศาล ไม่ใช่ว่าจะต้องร่วมกันจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยคะแนนเสียงข้างมากเสมอไป ที่กฎหมายระบุไว้ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากนั้น มีความหมายเพียงว่า ในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงให้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีกันเองได้ ก็ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากเท่นั้น ซึ่งถ้าไม่ตกลงหรือตกลงกันไม่ได้ที่จะให้มีการแต่งตั้งโดยคะแนนเสียงข้างมาก ก็ชอบที่จะมาขอให้ศาลแต่งตั้งได้ ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ศาลตั้ง ล. เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยให้การว่าโจทก์จะตรงมาฟ้องศาลขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีไม่ได้ และหากศาลเห็นสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมเช่นหัวหน้ากองหมาย ฯลฯ เป็นต้น เมื่อศาลตั้งหัวหน้ากองหมาย ซึ่งโจทก์ก็แสดงว่าพอใจแล้ว จำเลยจะว่าไม่สมควรหรือพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันตั้งโรงเรียนต่อมาจำเลยที่ 3 จงใจ ละเมิด สาระสำคัญส่งสัญญาเข้าหุ้นส่วน โดยจำเลยที่ 1, 2 ร่วมมือด้วย และในที่สุดกระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนนี้เพราะการปฏิบัติอันมิชอบของจำเลย โจทก์เจรจากับจำเลยเพื่อเลิกหุ้นส่วนกันก็ไม่เป็นผล ขอให้พิพากษาให้หุ้นส่วนสามัญรายนี้เลิกกัน และดำเนินการชำระบัญชีโดยให้นายเล็กเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไป จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้จงใจ ละเมิด สัญญาเข้าหุ้นส่วน กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดโรงเรียนเพราะความผิดของโจทก์เอง สัญญาเข้าหุ้นส่วนรายนี้ได้เลิกไปแล้วเมื่อกระทรวงศึกษาธิการถอนในอนุญาตโรงเรียน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลสั่งเลิกอีก หรือแม้จะถือว่าหุ้นส่วนยังไม่เลิก โจทก์ก็เป็นฝ่าย ละเมิด บทบังคับเองไม่มีสิทธิฟ้อง ทั้งในการชำระบัญชีนั้น หุ้นส่วนจะต้องร่วมกันชำระบัญชีหรือตกลงกันตั้งผู้ชำระบัญชีโดยเสียงข้างมาก แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามนี้ จะตรงมาฟ้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีหาได้ไม่ และบุคคลที่โจทก์เสนอมาในฟ้องก็ไม่เหมาะสม ถ้าศาลเห็นควรตั้งผู้ชำระบัญชีก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมอย่างหัวหน้ากองหมายหรือกองบังคับคดีล้มละลายเป็นต้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ก่อนฟ้องกระทรวงศึกษา ฯ ได้สั่งถอนในอนุญาตโรงเรียน เป็นเหตุให้วัตถุประสงค์ในการตั้งหุ้นส่วนสิ้นสุดลง ทั้งโจทก์จำเลยก็ได้เคยบอกเลิกและยินดีเลิกหุ้นส่วนกันแล้ว หุ้นส่วนรายนี้จึงเลิกกันไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1055, 1056 สมควรจัดตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไป พิพากษาว่าห้างหุ้นส่วนสามัญรายนี้ได้เลิกกันแล้ว ได้ดำเนินการจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้ตั้งหัวหน้ากองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีหุ้นส่วนรายนี้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วว่าหุ้นส่วนรายนี้ได้เลิกกันตั้งแต่ก่อนฟ้อง ฟ้องของโจทก์เฉพาะข้อนี้จึงตกไป แม้จะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องข้อนี้ แต่ก็ยังมีข้อที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยต่อไปอยู่อีกว่าจะสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีตามที่โจทก์ระบุชื่อขอมาหรือไม่ ซึ่งจำเลยต่อสู้ไว้เป็น 2 ประเด็น คือ โจทก์ไม่มาตกลงกับจำเลยตั้งผู้ชำระบัญชีโดยอาศัยเสียงข้างมาก โจทก์จะตรงมาฟ้องขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีไม่ได้ และ 2. ถ้าศาลเห็นสมควรตั้งก็ควรตั้งคนกลางที่เหมาะสมอย่างหัวหน้ากองหมายหรือกองบังคับคดีล้มละลาย ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนเลิกกันแล้ว ถ้าไม่มีเหตุที่จะงดเว้นการชำระบัญชีตามกฎหมาย ก็ต้องจัดการชำระบัญชีโดยจะตกลงกันให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดด้วยกันเป็นผู้ชำระบัญชีหรือตกลงกันให้แต่งตั้งบุคคลใดอื่นเป็นผู้ชำระบัญชี ในการตกลงกันแต่งตั้ง ให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากของผู้เป็นหุ้นส่วนและในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่อาจตกลงกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวนั้นได้ ก็ชอบที่จะต้องนำคดีมาสู่ศาล ขอให้แต่งตั้งผู้ชำระบัญชีต่อไปอันเป็นการใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 หาใช่ว่าจะต้องร่วมกันจัดตั้งผู้ชำระบัญชีโดยคะแนนเสียงข้างมากเสมอไปไม่ ที่กฎหมายระบุไว้ให้วินิจฉัยขาดโดยคะแนนเสียงข้างมากก็ชอบที่จะมาขอให้ศาลแต่งตั้งได้ คดีนี้เป็นกรณีที่ไม่อาจจะตกลงกันเองจัดตั้งผู้ชำระบัญชีตามมาตรา 1061 ได้สำเร็จ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีได้ คำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ตั้งนายเล็ก ฝ่ายจำเลย (หุ้นส่วนฝ่ายข้างมาก) คัดค้านว่าไม่เหมาะสม ศาลก็ไม่ตั้ง ที่ตั้งหัวหน้ากองหมายเป็นผู้ชำระบัญชี ก็เป็นไปตามที่จำเลยตั้งประเด็นมาในคำให้การ ทั้งโจทก์ก็แสดงว่าพอใจด้วย จะกล่าวไม่ได้ว่าไม่สมควรหรือพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2505 นายประเสริฐ ศิริทรัพย์ โจทก์ นายประสงค์ ศิริทรัพย์ กับพวกรวม 3 คน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 142 , ม. 172 , ม. 177 ป.พ.พ. ม. 1061