ฎีกาที่ 1337/2505
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คู่ความตกลงท้ากัน ถ้าจำเลยสาบานว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดี ถ้าจำเลยไม่ยอมสาบาน จำเลยยอมแพ้ ศาลจึงให้จ่าศาลไปเป็นพยานในพิธี สาบาน โดยที่จ่าศาลเป็นพนักงานของศาล เมื่อไม่ปรากฏเป็นอย่างอื่น รายงานและคำแถลงของจ่าศาลจึงเชื่อถือได้ ฉะนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมสาบานจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือขายที่นา 1 แปลงราคา 5,000 บาท และที่นาที่สวนอีก 1 แปลง ราคา 2,800 บาท โดยมิได้จดทะเบียน แต่โจทก์ได้ครอบครองที่ตลอดมาและได้ขอให้จำเลยโอนขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยผัดเพี้ยน จึงขอให้บังคับ จำเลยให้การว่า ได้ขายที่นาราคา 5,000 บาทให้โจทก์และได้ขอซื้อคืน 6,000 บาท ชำระเงินไปแล้ว 5,000 บาทอีก 1,000 บาทสัญญาจะชำระในเวลาต่อมา และได้ชำระไปแล้วแต่โจทก์ไม่ออกใบรับให้ วันนัดสืบพยาน โจทก์จำเลยตกลงท้ากันว่า ถ้าจำเลยทั้งสองสาบานต่อหน้าหลวงพ่อโต วัดมหาพุทธารามว่าได้ชำระเงิน 1,000 บาทให้โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีเกี่ยวกับนาพิพาท แต่ถ้าจำเลยไม่ยอมสาบาน จำเลยยอมแพ้ ศาลชั้นต้นให้จ่าศาลไปเป็นพยานหลักฐานในพิธีสาบาน ต่อมาในวันเดียวกันนั้นจ่าศาลรายงานต่อศาลว่า ไปทำพิธีสาบาน จำเลยไม่ยอมสาบานและดื่มน้ำสาบาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานไปทำพิธีสาบานอีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ยอมสาบานพิพากษาให้จำเลย โอนขายที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและสั่งคำแถลงของจำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองได้ลงชื่อไว้ในรายงานพิจารณาของศาล ซึ่งแสดงว่าจำเลยได้ทราบข้อความและคำท้าในการสาบานดีแล้ว และจ่าศาลก็ได้รายงานว่าได้อธิบายให้จำเลยทั้งสองทราบตามรายงานพิจารณาของศาลแล้วด้วย จำเลยเซ็นชื่อนามสกุลโดยเขียนเป็นหนังสือไทยได้ ที่ว่าไม่เข้าใจภาษาไทยเป็นการอ้างลอย ๆ จ่าศาลเป็นพนักงานของศาล ไม่ปรากฏว่ารายงานโดยไม่สุจริตอย่างไร คำแถลงและรายงานของจ่าศาลจึงเชื่อถือได้ ฉะนั้น ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่เข้าใจและไม่ทราบผลได้เสียของการสาบานจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ว่าเหตุการณ์เกิดลับหลังศาล จะฟังแต่รายงานของจ่าศาลโดยไม่ได้สอบก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเท่าที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติมานั้น ได้กระทำโดยชอบแล้ว ไม่มีเรื่องจะต้องไต่สวนอย่างใดอีก พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1337/2505 นายทองใบ นามปัญญา โจทก์ นายลี บุญยง ที่ 1 นางทุมเมีย บุญยง ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 183