ฎีกาที่ 1568/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คู่ความพิพาทกันเรื่องที่ดิน ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ 3 ปาก คู่ความท้าและรับกันว่า 1. โจทก์รับว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า 2. โจทก์รับว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว จำเลยก็รับว่าโจทก์แย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว และ 3. โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ทั้งสองฝ่ายไม่ติดในให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบมาแล้ว ดังนี้ตามคำรับข้อ 1,2 ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และผลของคำท้าข้อ 3 ตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ เมื่อโจทก์ตกลงกับจำเลยไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบกันแล้ว ทั้งไม่สืบพยานกันต่อไป ก็เท่ากับโจทก์ไม่มีพยานนำสืบ โจทก์ต้องแพ้คดี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดล่วงล้ำทับที่ของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และสั่งห้ามจำเลยและบริวารกับขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ 3 ปาก คู่ความท้ายและรับกันว่า 1.โจทก์รับว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญ 2.โจทก์รับว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว จำเลยก็รับว่าโจทก์แย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว 3. โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ทุกขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรค 2 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำท้าไม่ได้รับในข้อเท็จจริงว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายครอบครอง ข้อเท็จจริงยังโต้เถียงกัน ไม่สามารถชี้ขาดว่าขาดสิทธิฟ้องร้องหรือไม่ คำท้าไร้ผล พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์จำเลยต่างฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 คำรับและคำท้าข้อ 1.คู่ความมิได้รับกันว่าฝ่ายใดมีสิทธิครอบครองที่พิพาทมาก่อนในข้อ 2. ฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยต่างแย่งการครอบครองที่พิพาทกันไปมาตลอดเวลา 2-3 ปี หรือว่าก่อนฟ้องคดีฝ่ายใดแย่งการครอบครองเป็นของตนเกินกว่า 1 ปี คำรับดังกล่าวยังไม่อาจวินิจฉัยลงไปได้เด็ดขาดว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ อย่างไรก็ดี ในคำท้าข้อ 3.ทั้งสองฝ่ายว่าไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้ว และคู่ความไม่สืบพยานต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และเมื่อโจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงและท้ากัรให้ศาลวินิจฉัยแต่เฉพาะฟ้องขาดอายุความหรือไม่เท่านั้น ผลของคำท้าตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะแสดงว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ เมื่อโจทก์ตกลงกับจำเลยไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานหลักฐานนำสืบกันแล้ว ทั้งต่างไม่สืบพยานต่อไป ก็เท่ากับโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบ โจทก์ต้องแพ้คดี พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ตามคำพิพากษาชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2504 นายนพ ชนะ โจทก์ นายจบ แพ่งแพง จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 ป.พ.พ. ม. 1375